รีวิว Sony h.ear go SRS-HG1 ลำโพงพกพกพาไร้สายระดับ Hi-Res

Set up

Sony SongPal Speaker & Group Sony SRS-HG1 - SongPal Inputs

ถึงแม้ว่าเราสามารถใช้งาน SRS-HG1 ได้เลยโดยตรง โดยไม่ต้องอาศัยซอฟต์แวร์หรือแอพใด ๆ เพิ่มเติม แต่ถ้าหากต้องการตั้งค่าการเชื่อมต่อเครือข่าย ปรับเสียงของลำโพง รวมทั้งการโยนเพลงไปเล่นที่ตัวลำโพงนั้น ยังจำเป็นที่จะต้องใช้แอพ SongPal เช่นเดียวกับลำโพงไร้สาย ลำโพง sound bar และชุดเครื่องเสียงบางรุ่นของ Sony

Sony SRS-HG1 - Add speaker Sony SRS-HG1 - Network Settings

สำหรับการเชื่อมต่อ SRS-HG1 เข้ากับเครือข่ายในบ้าน ยังคงวิธีการติดตั้งเช่นเดียวกับ SRS-X9 ที่เคยรีวิวไปเมื่อก่อน คือจะต้องทำการเพิ่มลำโพงด้วยแอพ SongPal ผ่านทาง Bluetooth แล้วค่อยตั้งค่าให้ลำโพงเชื่อมต่อ access point เดียวกันกับอุปกรณ์ที่ใช้ติดตั้ง ซึ่งรอบนี้ไม่ต้องเจอปัญหาว่า access point จะเป็นความถี่ 2.4 GHz หรือ 5 GHz อีกแล้ว เพราะ SRS-HG1 ใช้ WLAN มาตรฐาน a/b/g/n ที่รองรับช่วงความถี่ทั้ง 2 ช่วง

หากต้องการจะเลือกเชื่อมต่อ access point คนละตัวกับตัวที่อุปกรณ์เชื่อมต่ออยู่ เช่น กรณีที่อุปกรณ์เชื่อมต่อได้แต่ความถี่ 2.4 GHz แต่อยากต่อลำโพงที่ความถี่ 5 GHz ก็สามารถแก้ไขทีหลังผ่านหน้า Sony Network Device Settings โดยการเข้าไปยัง IP address ของลำโพงด้วย web browser

Sony SRS-HG1 - Software Update Notification Sony SRS-HG1 - Software Update

พอดีตอนที่ผมได้รับลำโพงมารีวิว เฟิร์มแวร์เวอร์ชั่น 2 ที่จะเพิ่มความสามารถ Wireless Stereo และ Wireless Surround ก็ถูกปล่อยออกมาแล้ว หากลำโพงถูกเสียบชาร์จไฟอยู่ ก็จะมีข้อความแจ้งเตือนที่แอพ SongPal ให้เรากดเพื่ออัพเดทเฟิร์มแวร์ได้

Sony SRS-HG1 - Windows Propeties

หากใครที่ต้องการจะใช้ USB DAC สำหรับคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Mac OS X และอุปกรณ์ Android ที่รองรับ USB Audio ก็สามารถเสียบสายกับลำโพงได้เลย แต่หากเป็น Windows แล้ว จำเป็นต้องโหลดไดร์เวอร์มาลงเสียก่อน จึงจะสามารถต่อลำโพงได้

อย่างไรก็ตามข้อควรระวังในการตั้งค่าความละเอียดเสียงของลำโพงนั้น จะต้องตั้งให้ไม่เกินความสามารถของลำโพงคือ 24-bit 192 kHz ถ้าหากตั้งเกิน เสียงจะสดุดเวลาใช้งานครับ

Performance

Sony SRS-HG1 - Throw song from Media Go

หลังจากที่ผมตั้งค่าเชื่อมต่อลำโพงเรียบร้อยแล้ว ผมก็ใช้โปรแกรม Media Go แชร์เพลงใน Library แล้วให้โปรแกรม Media Go หรือแอพ SongPal เป็นโยนเพลงไปเล่นที่ลำโพง ซึ่งเพลงที่โยนไปนั้นก็อยู่รูปแบบที่ลำโพงรองรับ ทั้งรูปแบบ lossy เช่น MP3, AAC และรูปแบบเสียงความละเอียดสูง ทั้งที่เข้าไฟล์ที่เข้ารหัสเสียงแบบ LPCM เช่น WAV และ FLAC ที่ความละเอียด 24 bit 96 kHz และ DSD ที่อัตราสุ่มสัญญาณ 2.8 MHz

Sony SongPal Playback Screen

ในครั้งแรกของการโยนเพลงไปเล่นบนลำโพง ผมพบว่า Media Go มีปัญหาในการ render ไฟล์เพลงบางไฟล์เพื่อโยนไปเล่นบนลำโพง แต่พอผม restart คอมพิวเตอร์ใหม่ ก็ไม่เจอปัญหาในการโยนเพลงไปเล่นอีกเลย

ตัวลำโพงสามารถเล่นเพลงได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่สดุด ไม่เจอปัญหาอะไรจากตัวลำโพงเป็นพิเศษ นอกจากแอพ SongPal เองยังต้องใช้เวลาในการโหลดปกเพลงมาแสดงบนแอพอยู่ในบางครั้ง ผมคิดว่าส่วนนึงที่สามารถเล่นเพลงได้อย่างราบรื่น เพราะตัวลำโพงต่อ WLAN กับเราท์เตอร์ที่ช่วงความถี่ 5 GHz ซึ่งสามารถทำความเร็วได้ดีกว่า รวมทั้งคอมพิวเตอร์ต่อกับเราท์เตอร์ผ่านทาง Gigabit LAN

Sony SRS-HG1 - Google Cast on Chrome

ส่วนการใช้งาน Google Cast ของลำโพงนั้น ผมได้ลอง cast เสียงวิดีโอบน YouTube ไปเล่นที่ลำโพงผ่าน Chrome บนคอมพิวเตอร์ ซึ่งก็สามารถทำได้อย่างราบรื่น เพียงแต่ภาพบนคอมกับเสียงจะเล่นไม่พร้อมกัน ผมเข้าใจว่าคงเป็นที่การทำงานของ Google Cast เองมากกว่า ที่เวลาเราสั่ง cast จะเป็นการสั่งให้ลำโพงไปโหลดเสียงจาก YouTube มาเล่นที่ลำโพงเองต่างหาก ซึ่งแตกต่างจากการ throw ของ DLNA

Sony Hi-Res Audio Player

ผมยังได้ใช้งาน USB DAC กับคอมทั้งสองเครื่องด้วย ซึ่งไดร์เวอร์ของฝั่ง Windows ให้มาทั้งไดร์เวอร์ WDM และ ASIO ซึ่งรองรับการส่งสัญญาณเสียง DSD แบบ native ไปที่ลำโพงได้เลย ซึ่งการใช้งานโดยรวมก็จัดว่าราบรื่น ทั้งโปรแกรม Foobar 2000 และ Hi-Res Audio Player ของ Sony เอง

Sony SRS-HG1 - Preset EQ Sony SRS-HG1 - Custom EQ

สำหรับเสียงของ SRS-HG1 นั้น รอบนี้ทาง Sony ได้ใช้ DSP ในการปรับเสียงของลำโพงในลักษณะการใช้งานรูปแบบต่าง ๆ ให้เลือกตรง Preset EQ แทนที่จะตั้ง preset ตามแนวเพลงในลำโพงรุ่นก่อนหน้า ผมก็จะเล่าถึงเสียงของตัวเลือกแต่ละแบบครับ

  • FLAT เป็น preset ที่มีการปรับแต่งเสียงน้อยที่สุด เพื่อให้ถ่ายทอดเสียงจากไฟล์ความละเอียดสูงได้อย่างเที่ยงตรง ซึ่งเสียงเบสนั้นฟังดูแน่น มีแรงประทะ แต่ลงลึกได้ไม่มาก และยังแยกรายละเอียดช่วงความถี่ต่ำมาก ๆ ได้ไม่เด็ดขาดนัก เสียงกลางฟังแล้วออกมาค่อนข้างไปทางแหลมนิด ไม่เด่นหรือจมหายไปจนเกินไป ส่วนเสียงแหลมนั้นจะออกไปทางโทนเสียงเครื่องโลหะนิดหน่อย และถึงแม้ว่าจะสามารถถ่ายทอดรายละเอียดออกมาได้ดี แต่ก็เทียบน้ำหนักและความชัดเจนของดอก Super Tweeter ไม่ได้
  • EXTRA BASS เป็น preset ที่ใช้อัลกอริทึมในการปรับแต่งฮาร์มอนิกและ dynamic range control (DRC) ในการปรับแต่งให้ได้เสียงเบสที่ฟังดูใหญ่กว่าที่ขนาดลำโพงจะสามารถทำได้ ซึ่งเสียงเบสที่ออกมานั้นฟังดังกังวาล และมีแรงประทะมากขึ้น เสียงกลางฟังดูแหลมมากขึ้น ส่วนเสียงแหลมฟังดูเด่นและคมมากขึ้น แต่ผมรู้สึกว่าบางครั้งเสียงเบสก็ฟังดูกลวงหรือแตกพร่าบ้าง จากข้อจำกัดของขนาดลำโพงเอง
  • OUTDOOR เป็น preset ที่เน้นปรับเสียงช่วงเสียงกลางและเสียงแหลม รวมทั้งหัวเสียงเบสให้ดังและเด่นมากขึ้น โดยไม่สนใจย่านเสียงเบสที่ลงลึกไปมาก ๆ เพราะคนฟังไม่สามารถได้ยินเสียงดังกล่าว ซึ่งเสียงที่ออกมาก็เป็นไปตามความตั้งใจของคนคิด preset ตัวนี้ แนะนำว่าตอนจะเปลี่ยน preset ให้ปรับระดับความดังเสียงลงไปจากระดับความดังปัจจุบันสักประมาณ 10 เบอร์ เพื่อสวัสดิภาพหูของท่าน
  • BGM เป็น preset ที่ลดปริมาณเสียงเบสและเสียงแหลมลง เพื่อให้เรามีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำอยู่  มากกว่าไปจดจ่ออยู่กับเพลง ซึ่งเสียงโดยรวมจะลดความเด่นและความสนุกสนานลง แต่ยังคงให้พอฟังแล้วรู้เรื่องอยู่

แนวเสียงที่บอกไปข้างต้น นั้นมีความใกล้เคียงกันมากกับทุกรูปแบบการเชื่อมต่อที่ผมใช้งาน ไม่มีแบบว่าเปลี่ยนรูปแบบการเชื่อมต่อแล้วเสียงจะเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ก็ขอให้ระวังการเชื่อมต่อลำโพงผ่านแจ็ค 3.5 มม. เพราะ ADC ของลำโพงรับสัญญาณ line level ที่แรงมาก ๆ ไม่ได้ ทำให้เกิด cliping ซึ่งกรณีของผมคือ เอาลำโพงไปต่อที่ช่อง Line out ของ Meridian Explorer ครับ

Sony SRS-HG1

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ลำโพงนั้นเน้นเสียงในช่วงความถี่สูงและมี passive radiator ขับเสียงเบสออกทางด้านหลังลำโพง การจัดวางลำโพงจึงค่อนข้างมีผลกับเสียงที่ได้ด้วย ซึ่งผมรู้สึกว่าเสียงแหลมของลำโพงจะออกมาเต็ม ๆ มากกว่า หากวางลำโพงไว้ที่ประมาณระดับหู และการวางลำโพงใกล้กำแพงและเขยิบมานั่งใกล้ลำโพงมากขึ้น ก็สามารถช่วยให้ได้ยินเสียงเบสได้ดีขึ้น ส่วนเรื่องมิติเสียงนั้น ถึงแม้ว่าลำโพงจะออกแบบมาเพื่อให้แยกมิติซ้าย – ขวาให้ได้มากที่สุด แต่ก็ยังสู้ลำโพงแยกชิ้นไม่ได้ แต่ผมถือว่ายังทำได้ดีสำหรับลำโพงขนาดประมาณนี้

ส่วนหน้ากากลำโพงนั้น ผมคิดว่าใส่กับไม่ใส่ เสียงไม่ได้แตกต่างกันเท่าไร แต่ถ้าไม่ใส่ ก็จะได้เห็นดอกลำโพงสั่นสะเทือนแบบจะหลุดออกมาจาก baffle ให้ได้ เวลาเปิด Extra Bass

sony-dsee-hx

ส่วนการประมวลผลเสียงอื่น ๆ ของลำโพง ก็จะมี ClearAudio+ ซึ่งเป็นการปรับแต่งเสียงที่ทาง Sony แนะนำ ซึ่งเสียงที่ออกมาก็ใกล้เคียงกับกับ Preset EQ แบบ FLAT มาก และ DSEE HX ที่ปรับปรุงคุณภาพเสียงความละเอียดปกติ ด้วยการ upsampling สัญญาณเสียง แล้วสร้างเสียงช่วงความถี่สูงที่ควรจะมีขึ้นมา ซึ่งส่วนตัวผมเองไม่ค่อยได้ยินความแตกต่างจากเพลงที่ใช้ฟังกับลำโพงนี้สักเท่าไรนัก เว้นตอนที่ใช้การเชื่อมต่อแบบ Bluetooth กับ Walkman ZX1 ที่ใช้ A2DP codec แบบ SBC ที่เน้นคุณภาพเสียง ที่เสียงตอนเปิดใช้ DSEE HX จะมีความแหลมมากกว่าตอนยังไม่ได้เปิดนิดหน่อย

สำหรับอายุการใช้งานแบตเตอรี่ต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้งนั้น ทาง Sony เคลมไว้ที่ประมาณ 12 ชม. สำหรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth และประมาณ 8 ชม. สำหรับการเชื่อมต่อเครือข่าย ที่ระดับเสียง 33

จากการใช้งานจริงของผม ที่ใช้เล่นเพลงจาก media server อย่างเดียว วันละประมาณ 1 – 2 ชม. เป็นเวลาประมาณ 4 – 5 วัน และทิ้งให้ลำโพงเข้าโหมด power saving ไป 2 – 3 ครั้ง ลำโพงจะเหลือแบตเตอรี่ประมาณ 10% และเตือนให้ชาร์จไฟใหม่ ซึ่งใช้เวลาการชาร์จประมาณ 3 ชม. ตามที่ทาง Sony ระบุไว้ แต่อย่างไรก็ตาม ตอนที่ผมใช้งาน USB DAC ผมรู้สึกว่าแบตเตอรี่จะหมดเร็วกว่า แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสวัดจริง ๆ จัง ๆ สักเท่าไร

Conclusion

หลังจากใช้งาน SRS-HG1 มาร่วม ๆ สามอาทิตย์ ผมประทับใจความพยายามในการทำลายข้อจำกัดขนาดลำโพงของ Sony เพื่อให้สามารถถ่ายทอดเสียงให้ได้ตามข้อกำหนด Hi-Res Audio ซึ่งก็ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ถึงแม้ว่าผลลัพธ์ดังกล่าวอาจจะไม่สามารถไปเทียบกับลำโพงที่มีขนาดใหญ่กว่าและราคาแพงกว่าได้ก็ตาม นอกจากนี้ผมยังประทับใจการรองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลายของลำโพง รวมไปถึงการใส่ USB DAC เข้ามา สำหรับคนที่ต้องการคุณภาพเสียงมาก ๆ

ส่วนจุดติของลำโพงตัวนี้ คงจะเป็นเรื่องการไม่สามารถเข้าโหมด power saving ของลำโพงได้เอง การตั้งค่าเชื่อมต่อ WLAN ผ่านแอพ SongPal ที่ไม่เปิดโอกาสให้เลือกเชื่อมต่อกับ access point อื่นนอกจากตัวที่อุปกรณ์ตั้งค่าเชื่อมต่ออยู่ และภาค ADC ของแจ็ค 3.5 มม. ที่ clipping สัญญาณ line level ง่ายไปหน่อย ซึ่งถ้าหากคนที่ใช้งานลำโพงทั่ว ๆ ไป ก็ไม่น่าเป็นปัญหาพิเศษอะไร

สำหรับคนที่กำลังมองหาลำโพงพกพาไร้สายเอาไว้ใช้งานเล็ก ๆ ส่วนตัว หรือคนที่หาลำโพงเล็ก ๆ สำหรับใช้งานหน้าคอมพิวเตอร์ h.ear go SRS-HG1 ก็จัดเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรพลาดในการทดลองฟังครับ

Like

  • ตู้ลำโพงมีน้ำหนัก ไม่รู้สึกกลวง
  • รองรับการเชื่อมต่อหลากหลายรูปแบบ
  • Extra Bass ให้เสียงเบสที่เกินขนาดตัวลำโพง

Don’t like

  • สั่งให้ลำโพงเข้าโหมด power saving เองไม่ได้
  • แอพ SongPal ไม่ยอมให้เลือก access point ที่จะเชื่อมต่อลำโพงด้วยเอง
  • ภาค ADC รับสัญญาณ line level ที่แรงมากไม่ได้

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทาง Sony Thai ที่เอื้อเฟื้อลำโพง h.ear go มาสำหรับการรีวิวด้วยครับ

More info

Sony

Sony Japan Developer Interview

2 thoughts on “รีวิว Sony h.ear go SRS-HG1 ลำโพงพกพกพาไร้สายระดับ Hi-Res

  1. ืnuttin

    เยี่ยมเลยครับ อยากได้ขึ้นมาเลย

    สำหรับท่านที่ต้องการทราบราคา ละ ขนาด ดูได้ที่ ที่มา นะครับ

    Reply
  2. Pingback: ลองฟัง compact soundbar ที่งาน 2017 Sony Audio Media Gathering | RE.V –>

Leave a Reply