รีวิว สมาร์ทโฟน Xperia 1 เมื่อ Sony คิดใหม่ทำใหม่เพื่อเหล่าครีเอเตอร์

Performance

Sony Xperia 1

ก่อนหน้าที่จะได้ Xperia 1 สมาร์ทโฟนที่ผมใช้งานประจำคือ Xperia XZ ซึ่งในรีวิวนี้ก็จะเขียนในฐานะคนที่ใช้งานสมาร์ทโฟนจาก Sony มาโดยตลอดครับ

ความรู้สึกผมตอนสัมผัส Xperia 1 ครั้งแรกคือวัสดุและงานประกอบเครื่องนั้นยังคงคุณภาพที่ดีเอาไว้ ตัวเครื่องมีความมันเงาดูสวยงามแต่มีพื้นผิวที่ค่อนข้างลื่น ทำให้การหยิบและถือตัวเครื่องเปล่า ๆ ต้องใช้ความระมัดระวัง ตำแหน่งปุ่มกดต่าง ๆ ก็จัดวางได้ดี ตัวสแกนลายนิ้วมือที่ไม่ได้รวมกับปุ่มเปิด – ปิดเหมือน Xperia XZ (เข้าใจว่าติดเรื่องสิทธิบัตรของ Apple) ที่ตอนแรกผมคิดว่ามันจะเวิร์คไหม กลับใช้งานจริงได้สะดวกกว่าที่คิด เพราะเราสามารถวางนิ้วแล้วปลดล็อคเครื่องพร้อมเปิดหน้าจอได้เลย เวลาล็อคเครื่องก็ย้ายมากดปุ่มเปิด – ปิด ความแม่นยำในการสแกนจัดว่าดี มีสแกนไม่ติดบ้าง แต่ก็ไม่ได้บ่อยเท่า Xperia XZ

sony-xperia-1-21-9-multi-window

จุดเด่นที่สุดของ Xperia 1 คือหน้าจอ OLED ที่มีสัดส่วน 21:9 เหมือนสัดส่วนของจอภาพยนตร์ ซึ่งมีพื้นที่ในการแสดงผลข้อมูลในแนวตั้งหรือแนวนอนมากขึ้น ทำให้การใช้งานแอพ 2 ตัวในหน้าจอเดียวกัน (Multi-window) นั้นเกิดประโยชน์มากกว่า เพราะแต่ละแอพมีพื้นที่สำหรับการแสดงผลมากขึ้น แต่การใช้หน้าจอสัดส่วนนี้ก็ต้องแลกกับการใช้งานเครื่องด้วยมือเดียวที่มีความท้าทายมากขึ้น ถึงแม้ตัวเครื่องจะมีตัวช่วยอย่าง Side Sense และ One-handed mode ที่ย่อหน้าจอให้เล็กลง แต่การจัดวางไอคอนและปุ่มในหลาย ๆ แอพนั้นมักจะไปรวมอยู่ที่บริเวณด้านบนของจอ ทำให้ต้องใช้มืออีกข้างมาช่วยกดด้วยอยู่ดี

คุณภาพการแสดงผลของจอนั้นจัดว่าดีทีเดียว จอคมชัด สีดำดำสนิท และมีความสว่างมากพอที่จะใช้งานกลางแจ้งได้ สีสันของการแสดงผลนั้น หากเลือก Standard โหมด สีของภาพจะดูสดใส และสีขาวจะอมน้ำเงินนิดหน่อย เพราะ White Balance ของจอจะตั้งมาเป็นแบบ Cool ส่วน Creator Mode จะให้สีของภาพโดยรวมจะดูเป็นธรรมชาติกว่า จนบางครั้งรู้สึกว่าสีมันดูจืดชืดไป ส่วนตัวผมคิดว่ามันเหมาะสำหรับไว้ดูรูปหรือวิดีโอที่ถ่ายมาและดูหนังเรื่องยาว อย่างไรก็ตามตัวเครื่องกลับไม่ยอมปรับความสว่างจนสุดอัตโนมัติเวลาเล่นเนื้อหาที่เป็น HDR มีเพียงแอพ YouTube เท่านั้นที่ปรับความสว่างให้

sony-xperia-1-camera-app-manual

เรื่องกล้องของ Xperia 1 นั้น ผมคิดว่าการเพิ่มโมดูลกล้องที่ความยาวโฟกัสต่างกันนั้นเพิ่มความยืดหยุ่นในการถ่ายภาพในหลายสถานการณ์ได้มากขึ้น และเป็นสิ่งที่ Sony ควรจะทำมาตั้งนานแล้ว การสลับใช้งานระหว่างกล้อง Wide และกล้อง Tele นั้นเป็นไปอย่างราบรื่นเหมือนเราปรับซูมกล้องในแอพตามปกติ แต่กล้อง Super Wide นั้นดูเหมือนจะเป็นโหมดแยกต่างหากมาอีกที จึงต้องเสียเวลาในการเปิดโหมดนี้ขึ้นมา

Sony Xperia 1 Camera Sample – Wide Sony Xperia 1 Camera Sample – Tele Portrait

ซ้าย : กล้อง Wide, ขวา : กล้อง Tele – Portrait

การโฟกัสของโมดูลกล้องแต่ละตัวมีความแตกต่างกัน ตัวกล้องหลักนั้นโฟกัสได้เร็วและแม่นยำมาก แต่กล้อง Tele นั้นยังโฟกัสได้ช้ากว่าและไม่ค่อยแม่นยำนักในบางสถานการณ์ ส่วนกล้อง Super Wide นั้นเป็นแบบโฟกัสคงที่ จึงสามารถกดถ่ายรูปได้เลย ระบบ Eye AF ที่เพิ่มเข้ามาใหม่อาจจะไม่ได้ทำงานรวดเร็วปุ๊บปั๊บแบบในกล้อง Alpha แต่ก็มีความเร็วและแม่นยำพอในการใช้งานจริง

Sony Xperia 1 Camera Sample – HDR off Sony Xperia 1 Camera Sample – HDR on

ซ้าย : โหมดปกติ, ขวา : โหมด Manual เปิด HDR

Sony Xperia 1 Camera Sample – Bokeh

เปิดใช้ Bokeh effect

ระบบอัตโนมัติของแอพ Camera นั้น ผมสังเกตว่ามันสามารถตรวจจับลักษณะของภาพที่เรากำลังจะถ่ายได้ดี แต่การตั้งค่าที่แอพเลือกให้นั้นอาจจะไม่ถูกใจในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะการถ่ายรูปที่มีความแตกต่างระหว่างส่วนมืดและสว่างซึ่งเราต้องการให้แอพใช้งาน HDR แต่แอพก็ไม่เปิด HDR ให้เรา และการถ่ายภาพพื้นหลังเบลอ ตัวแอพก็ยังแยกแบบกับพื้นหลังที่ต้องเบลอได้ไม่ค่อยดีเท่าไร

Sony Xperia 1 Camera Sample – Super Wide

คุณภาพของไฟล์ภาพที่ได้นั้นดีกว่า Xperia XZ ที่ผมใช้มาก ทั้งสีสันที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น ความคมของภาพที่ไม่ถูกปรับจนแข็ง การจัดการนอยส์ที่เน้นเก็บรายละเอียดภาพ รวมทั้งการแก้ไขความบิดเบี้ยวจากเลนส์ ถึงแม้ว่าความละเอียดของไฟล์ภาพจะลดลงก็ตาม อย่างไรก็ตามผมรู้สึกว่าภาพที่ได้จากกล้อง Tele นั้นดูซอฟต์กว่าภาพจากกล้อง Wide และกล้อง Super Wide ถึงแม้ว่าจะโฟกัสอย่างถูกต้องก็ตาม ส่วนภาพจากกล้อง Super Wide ยังคงมีความบิดเบี้ยวหลงเหลืออยู่จากการแก้ไข และมุมภาพจะดูซอฟต์กว่าบริเวณกลางภาพ ซึ่งเป็นธรรมชาติของเลนส์มุมกว้างอยู่แล้ว

ส่วนกล้องหน้าของ Xperia 1 นั้นมีความสามารถคล้าย ๆ กับกล้องหลัง แต่จะไม่สามารถทำ Eye AF ได้ ทำได้แต่โฟกัสใบหน้า สีสันและคุณภาพของไฟล์ที่ได้ก็ออกมาในทางเดียวกัน สำหรับคนที่อยากถ่ายรูปให้พื้นหลังเบลอ ปรับผิวเนียน ปรับความสว่างของใบหน้า ขนาดดวงตา และทำหน้าเรียว ก็สามารถเข้าไปใช้งานโหมด Portrait Selfie ได้ ซึ่งจากการลองใช้งาน ก็ได้ผลเป็นที่หน้าพอใจ หากไม่ปรับค่าต่าง ๆ มากเกินไป ยกเว้นการเบลอพื้นหลังที่มีอาการคล้าย ๆ กับ Bokeh ของกล้องหลัง

sony-xperia-1-camera-app-video

การถ่ายวิดีโอด้วย Xperia 1 นั้น ส่วนตัวคิดว่าตัวเครื่องสามารถทำเรื่องของการโฟกัสภาพและป้องกันการสั่นไหวได้ดี โดยเฉพาะกล้อง Wide และ Tele ที่มี Optical Steadyshot ทำให้ภาพดูสั่นไหวขณะเดินน้อยลงกว่าเดิม แต่ก็ยังชดเชยอาการสั่นเล็ก ๆ ได้ไม่ค่อยดีเท่าไร นอกจากนี้ภาพที่ได้ยังมีนอยส์ค่อนข้างสูง หากเราถ่ายวิดีโอในสถานที่แสงน้อยมาก ๆ และเปิด HDR ไว้ กล้องจะพยายามเร่งความสว่างขึ้นมามากกว่าตอนปิด HDR

อย่างไรก็ตามผมพบว่าแอพ Camera ยังตั้งค่ากล้องเพื่อแก้ไขการกระพริบของวิดีโอที่มีแสงจากหลอดไฟที่ทำงานแบบ Switching เช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์ โดยเฉพาะตอนเปิด HDR ได้ไม่ดีนัก นอกจากนี้หากต้องถ่ายวิดีโอในสภาพแสงน้อยมาก ๆ ให้ระวังว่าแอพจะเร่งความไวจนทำให้วิดีโอเกิดนอยส์ขึ้นมาได้ด้วย

Sony Xperia 1 Camera Sample – Video

แอพ Camera เปิด HDR

Sony Xperia 1 Camera Sample – Cinema Pro

แอพ Cinema Pro เลือก  Look เป็น VENICE CS และ ISO 800

ส่วนการถ่ายวิดีโอด้วยแอพ Cinema Pro นั้น ผมพบว่าตัวแอพใช้งานยากกว่าที่คิดไว้ ตัว UI ถูกออกแบบมาให้ตั้งค่าเตรียมไว้ก่อนการถ่าย จึงไม่เหมาะในการถ่ายวิดีโอแบบไม่เตรียมตัวมาก่อน ภาพที่ได้จากการใช้ลักษณะสี VENICE CS นั้นดูดีมาก สีจะออกไปทางจืด ๆ หน่อย แต่เก็บรายละเอียดของภาพไว้ได้มาก ทำให้เหมาะแก่การนำมาปรับแต่งต่อ และการเคลื่อนไหวของภาพจะดูไม่แข็งมากเหมือนการถ่ายวิดีโอปกติ แต่สิ่งที่ต้องระวังในการถ่ายวิดีโอด้วยแอพนี้คือ ISO ซึ่งถ้าหากเราปรับค่าเกิน 400 ขึ้นไป ภาพจะเริ่มมีนอยส์เข้ามา และการถ่ายวิดีโอในที่มีแสงสว่างมาก ๆ นั้นจำเป็นต้องปรับค่ามุมชัตเตอร์เพื่อให้แสงเข้ามาน้อยลง ซึ่งหมายความว่าลักษณะการเคลื่อนไหวของภาพที่บันทึกได้ก็ถูกเปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน

ความท้าทายอีกอย่างในการใช้แอพ Cinema Pro ถ่ายทำคือเรื่องการเช็คโฟกัสและความสว่าง เพราะแอพไม่มีค่าตัวเลขหรือตัวช่วยบ่งบอกเหมือนกับกล้องทั่วไป เราต้องดูจากภาพจริงในจอเท่านั้น ซึ่งกรณีเช็คโฟกัสอาจจะยังไม่ยากมาก เพราะตัวจอนั้นมีความละเอียดสูงเพียงพอที่จะแยกแยะได้ แต่การเช็คความสว่างนั้นไม่สามารถทำได้จากภาพที่เห็นในจอเลย ทำให้เราไม่รู้ว่าภาพที่มืดหรือสว่างนั้นเป็นเพราะการตั้งค่าแสงไม่เหมาะสมหรือเปล่า

Sony Xperia 1 with MDR-1ABT

เรื่องระบบเสียงของ Xperia 1 นั้น เสียงที่ออกมาจากลำโพงดัง ชัดเจน มีมิติเสียงที่กว้างกว่า Xperia XZ ที่ผมใช้งานอยู่เดิม สมกับที่ได้ทาง Sony Pictures Entertainment มาร่วมปรับแต่งให้ ยิ่งถ้าได้ลองเปิดพวกวิดีโอตัวอย่างที่ใช้ระบบเสียง Dolby Atmos จะสังเกตถึงมิติที่กว้างได้เป็นอย่างดี ส่วนความสามารถ Dynamic Vibration ที่มอเตอร์ในเครื่องจะสั่นตามเสียงที่เล่น ผมคิดว่าตั้งค่าไว้น้อย ๆ จะโอเคกว่า เครื่องก็จะสั่นตามจังหวะเสียงเบสลึกแบบพอดี ๆ

อย่างไรก็ตามผมกลับไม่ชอบการปรับแต่งเสียงของ Dolby Atmos เวลาใช้งานกับหูฟังไร้สายสักเท่าไร ผมเลยเลือกที่จะปิดการใช้งานของมันไป และสำหรับคนที่ไม่ชอบ Dolby Atmos ในการฟังเพลง หรืออยากจะต่อ USB DAC ภายนอกเพื่อฟังเพลง แนะนำให้ใช้แอพ Sony | Music Center ซึ่งในเวอร์ชั่นปัจจุบันจะมีตัวประมวลผลเสียงของ Sony เองที่ถูกถอดออกไปอยู่ในแอพนี้ทั้งหมดครับ

sony-xperia-1-antutu-benchmark sony-xperia-1-3dmark

ในส่วนประสิทธิภาพของตัวเครื่อง เนื่องจากผมเองไม่ค่อยเล่นเกมบนโทรศัพท์ เลยไม่ได้มีโอกาสได้ลองใช้งาน Game Enhancer อย่างจริง ๆ จัง ๆ นอกจากลองเล่นเกม Asphalt 9 ที่ติดมาในเครื่องเพื่อลองดูว่า Game Enhancer มันทำงานอย่างไรอย่างเดียว แต่ก็ได้ลองทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องด้วยแอพ Antutu Benchmark และ 3D Mark ได้ผลคะแนนตามรูปข้างบน ซึ่งผลที่ได้ก็เกาะอยู่ในกลุ่มสมาร์ทโฟนเรือธงของค่ายอื่น ๆ

sony-xperia-1-battery-time

เรื่องระยะเวลาการใช้งานต่อการชาร์จแบตเตอรี่ 1 ครั้งของ Xperia 1 นั้น จากการใช้งานปกติของผม ตัวเครื่องสามารถใช้งานได้ประมาณ 15 ชม. แล้วยังเหลือแบตเตอรี่ประมาณ 45% อยู่ ซึ่งเจ้าตัวเลขนี้ก็จะแปรผันไปตามลักษณะการใช้งานด้วย ถ้าตอนที่ใช้กล้องมากหน่อย จำนวนชม.ที่ใช้ได้ก็ลดลงไปมาก

การชาร์จไฟกลับด้วยที่ชาร์จ UCH32 นั้นใช้เวลาประมาณ 20 นาทีจากการชาร์จแบตที่ 26% จนถึง 60% และใช้เวลารวมประมาณ 1 ชม. จนไฟในแบตเตอรี่มีอยู่ประมาณ 92% จัดว่าค่อนข้างเร็วกว่า Xperia XZ กับที่ชาร์จมาตรฐาน UCH20 ที่ผมเคยใช้งานอยู่ ส่วนความสามารถถนอมแบตเตอรี่อย่าง Battery Care ก็ยังคงมีอยู่ แต่ตอนนี้เราสามารถกำหนดช่วงเวลาที่จะชาร์จไฟเองได้แล้ว ถ้าตัวเครื่องไม่สามารถหาช่วงเวลาที่เหมาะสมได้ แต่ก็ต้องกำหนดช่วงระยะเวลาไว้มาก ๆ ถ้ากำหนดน้อยไปเครื่องจะฟ้องว่าเรากำหนดช่วงเวลาการชาร์จไม่มากพอ

sony-xperia-1-phone-call

สำหรับปัญหาในการใช้งาน ผมเจอปัญหาเล็ก ๆ อย่าง UI ของแอพบ้างตัวที่ดูเหมือนว่าไม่ได้ทำมาให้ใช้กับจอสัดส่วน 21:9 เช่นแอพ Phone ที่ปุ่มควบคุมไปกองอยู่ที่ด้านบนของจอ ไปจนถึงปัญหาที่ต้อง Restart เครื่อง อย่างแอพ Camera ค้างเวลาตัวกล้อง Tele หาโฟกัสไม่ได้ ตัวสแกนนิ้วไม่สามารถตรวจจับนิ้วได้ ซึ่งปัญหาพวกนี้ไม่ได้โผล่มาบ่อย แต่พอเกิดขึ้นก็ทำเอาอารมณ์เสียได้เหมือนกัน

Conclusion

จากการใช้งาน Xperia 1 มาเกือบเดือน ผมคิดว่าทาง Sony เองยังรักษาจุดเด่นของสมาร์ทโฟนค่ายตัวเองไว้ได้เป็นอย่างดี ทั้งคุณภาพของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ที่มีความเสถียร จุดขายที่เป็นจุดอ่อนมานานอย่างเรื่องการถ่ายภาพก็ได้ถูกแก้ไขแบบจริงจังสักทีในรุ่นนี้ สำหรับคนที่รักการถ่ายรูปหรือวิดีโออย่างจริงจังน่าจะชอบเจ้า Xperia 1 ตัวนี้ได้ไม่ยาก

เนื่องจากตอนที่ผมเขียนบทความนี้ สมาร์ทโฟนเรือธงครึ่งปีหลังอย่าง Xperia 5 ได้วางขายในไทยแล้ว ซึ่งความแตกต่างจาก Xperia 1 คือ หน้าจอขนาดเล็กกว่าและมีความละเอียดน้อยกว่า สามารถถ่ายวิดีโอ Slow Motion ได้เพียง 120 fps และมีแอพ Cinema Pro และ Game Enhancer เวอร์ชั่นใหม่กว่า หากใครต้องการโทรศัพท์เครื่องเล็ก Xperia 5 ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าใครอยากจัดเต็มเรื่องความสามารถ Xperia 1 นั้นดีกว่าแน่นอน ส่วนแอพเวอร์ชั่นใหม่ ผมคิดว่า Sony น่าจะออกอัพเดทให้ภายหลังพร้อมกับ Android 10 ที่ประกาศแล้วว่าจะออกอัพเดทในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้

สรุป ใครที่เป็นแฟนสมาร์ทโฟนของ Sony อยู่แล้ว Xperia 1 นั้นยังเป็นสมาร์ทโฟนที่ยังสร้างความประทับใจให้อยู่เช่นเดิม ส่วนผู้รักการถ่ายภาพหรือวิดีโอที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนคุณภาพดี ๆ สักตัว Xperia 1 ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจครับ

Like

  • งานออกแบบตัวเครื่องสไตล์ Sony
  • งานประกอบและวัสดุดี
  • การแสดงผลของหน้าจอดี สีสันเป็นธรรมชาติ
  • ซอฟต์แวร์ระบบเสถียร ไม่โหลดแอพที่ไม่ได้ใช้งานมาให้มาก
  • คุณภาพการถ่ายรูปและวิดีโอดีกว่า Xperia รุ่นก่อนหน้ามาก
  • แอพ Cinema Pro ที่สามารถถ่ายวิดีโอด้วยการตั้งค่า manual ได้
  • ลำโพง Dolby Atmos ให้คุณภาพเสียงที่ดี

Don’t like

  • ตัวเครื่องยาว จนทำให้การพกพาและใช้งานไม่ค่อยสะดวก
  • UI ของแอพบางตัวไม่ได้ออกแบบมาให้เหมาะสมกับจอสัดส่วน 21:9
  • เครื่องไม่ยอมปรับความสว่างอัตโนมัติให้ตอนเปิดเนื้อหาที่เป็น HDR (ยกเว้นแอพ YouTube)
  • กล้อง Tele ยังโฟกัสได้ไม่แม่นยำและมีปัญหาความเสถียรอยู่บ้าง
  • การถ่ายวิดีโอ HDR ยังมีอาการภาพกระพริบเมื่อถ่ายฉากที่มีไฟแบบ Switching อยู่
  • แอพ Cinema Pro มีความท้าทายในการใช้งานมาก
  • ตัวสแกนนิ้วมีปัญหาตรวจจับนิ้วไม่ได้บางครั้ง

More info

Sony Mobile

3 thoughts on “รีวิว สมาร์ทโฟน Xperia 1 เมื่อ Sony คิดใหม่ทำใหม่เพื่อเหล่าครีเอเตอร์

  1. Jack

    เวลาใช้งานร่วมกับ USB DAC มันรองรับ bit-perfect มั้ยครับ? หรือว่ามันบังคับ up sampling เป็น 24bit/96kHz, 24bit/192kHz ตลอดเวลาไม่ว่าจะใช้งานแอปไหนเล่นไฟล์ชนิดไหนเหมือนมือถือ Android อื่นๆ? ขอบคุณครับ

    Reply

Leave a Reply