ลองฟังเพลงในระบบเสียง 360 Reality Audio และ Dolby Atmos ที่ TIDAL

TIDAL 360 Reality Audio on Sony Xperia 1 with WH-XB900N

ถ้าพูดถึงเทคโนโลยีด้านเสียงที่น่าสนใจในช่วงนี้ คงจะหนีไม่พ้นระบบเสียงรอบทิศทาง 3 มิติที่ออกแบบมาสำหรับหูฟังหรือลำโพงขนาดเล็กอย่าง 360 Reality Audio จากผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และค่ายเพลงอย่าง Sony และ Dolby Atmos จากผู้สร้างระบบเสียงรอบทิศทางที่เราคุ้นเคยอย่าง Dolby

วันนี้ RE.V-> จะขอมาเล่าถึงประสบการณ์ในการฟังเพลงระบบเสียงรอบทิศทาง 3 มิติทั้งสองระบบบนบริการฟังเพลงสตรีมมิ่ง TIDAL ครับ

ในการฟังเพลงระบบเสียง 3 มิติครั้งนี้ ผมใช้โทรศัพท์ Sony Xperia 1 ซึ่งเป็นโทรศัพท์ที่รองรับระบบเสียง Dolby Atmos และหูฟัง Sony WH-XB900N ซึ่งรองรับระบบเสียง 360 Reality Audio และสมัครใช้บริการ TIDAL HiFi เพื่อสามารถเข้าถึงเพลงในรูปแบบ 360 Reality Audio และ Dolby Atmos ได้

Contents

tidal-explore

ก่อนที่จะเล่าถึงประสบการณ์การฟังเพลง ผมขอเขียนถึงเพลงต่าง ๆ ที่มีให้ฟังในระบบเสียงทั้ง 2 รูปแบบเสียก่อน ซึ่งสำหรับคนที่เป็นสมาชิก TIDAL แบบ HiFi อยู่แล้ว สามารถไปที่แถบ Explore แล้วเลือกหมวดเพลงของ Dolby Atmos และ 360 Reality Audio ได้เลย

tidal-explore-360ra

เพลงที่มีให้ฟังในระบบเสียง 360 Reality Audio นั้น เท่าที่สังเกตจะเป็นเพลงจากค่าย Sony Music เป็นหลัก (แน่นอนล่ะ) เพลงส่วนมามักจะเป็นเพลงเก่าที่ถูกนำมามิกซ์ใหม่ให้อยู่ในรูปแบบสามมิติ ซึ่งถึงแม้เพลงจะเก่า แต่ก็เป็นเพลงจากศิลปินชื่อดังที่คนมีอายุหน่อยจะรู้จักกัน เช่น John Mayer, Incubus, Santana, และ Earth, Wind & Fire รวมทั้งเพลงที่นิยมนำมาใช้ในการทดสอบเครื่องเสียงอยู่แล้ว เช่น Watermelon Man ของ Herbie Hancock และ Take Five ของ Dave Brubeck

ส่วนเพลงน่าจะใหม่จริง ๆ ที่ไม่ใช่เอาเพลงเก่ามามิกซ์ใหม่ แบบ Space Oddity ของ David Bowie ก็น่าจะเป็น EP Chemical จากกลุ่มศิลปินอิเล็กทรอนิกส์ The Glitch Mob และพวกบันทึกการแสดงสดในหมวด TIDAL X บางงาน

tidal-explore-dolby-atmos

ส่วนเพลงที่มีให้ฟังในระบบเสียง Dolby Atmos นั้น จะเป็นเพลงจากศิลปินที่มีความร่วมมือกับทาง Dolby เช่น The Weeknd, Lady Gaga, Ariana Grande ซึ่งมักจะเป็นศิลปินที่ค่อนข้างใหม่กว่าทางฝั่งของ 360 Reality Audio และอัลบั้มเพลงที่เคยออกเป็นเวอร์ชั่นเสียงรอบทิศทางในรูปแบบอื่นมาแล้ว เช่น อัลบั้ม 3-D THE CATALOGUE ของ KRAFTWERK ซึ่งเคยออกเวอร์ชั่นสามมิติสำหรับหูฟังในรูปแบบ Audio CD มาแล้ว

Set Up

ในการฟังเพลงระบบเสียง 360 Reality Audio นั้นไม่ได้ต้องการอุปกรณ์เพิ่มเติมเป็นพิเศษ เพียงแต่เราต้องฟังเพลงผ่านแอพ TIDAL บนสมาร์ทโฟนที่รองรับเท่านั้น

sony-headphones-connect-360ra-setup tidal-360ra-headphones-optimizing

แต่หากเราใช้หูฟังของ Sony รุ่นที่รองรับ 360RA สามารถทำการถ่ายรูปเพื่อวิเคราะห์ใบหูและส่งข้อมูลให้แอพ Tidal ด้วยแอพ Sony | Headphones Connect เมื่อแอพ TIDAL ได้ข้อมูลแล้ว ก็จะทำการ Optimize ข้อมูลที่ได้รับมาเพื่อไว้ใช้งานกับหูฟังคู่นั้น หากเราใช้หูฟังของ Sony หลายรุ่น เราสามารถเลือกรุ่นหูฟังที่ใช้งานอยู่ได้ที่ที่เมนู 360 Reality Audio ใน Settings ของแอพ TIDAL

sony-headphones-connect-360ra-warning

ส่วนการตั้งค่าของตัวหูฟังเองนั้น ตัวแอพจะแนะนำให้ปิดการปรับแต่งเสียง Sound Position Control, VPT และ Equalizer เพื่อให้ได้ยินเสียงในรูปแบบสามมิติอย่างถูกต้อง

นอกจากนี้หากใช้โทรศัพท์ที่ใช้รองรับระบบเสียงd Dolby Atmos เช่น Xperia 1 เราจะต้องปิดระบบเสียง Dolby Atmos ด้วย เพราะการปรับแต่งเสียงของ Dolby จะไปกวนเสียงที่เราจะได้ยิน

sony-xperia-1-dolby-atmos-dynamic

ส่วนการฟังเพลงแบบ Dolby Atmos นั้น เราต้องฟังเพลงผ่านแอพ TIDAL บนสมาร์ทโฟน Android โทรทัศน์ Android TV หรือ Apple TV 4K ที่รองรับระบบเสียง Dolby Atmos

ในกรณีการเล่นเพลงบน Xperia 1 เมื่อเราเล่นเพลงในระบบเสียง Dolby Atmos โทรศัพท์จะเปิดใช้งาน Dolby Atmos ของตัวโทรศัพท์ให้โดยอัตโนมัติ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เปิดใช้งานมันก่อนที่จะเล่นเพลงดังกล่าวไว้ก็ตาม

นอกจากนี้เรายังสามารถสตรีมเพลงจากแอพไปยังลำโพงหรือ AV Receiver ที่รองรับระบบเสียง Dolby Atmos เพื่อให้ได้ยินเสียงรอบทิศทางผ่านลำโพงได้ด้วย

Experience

ในการทดลองฟังเพลงในทั้ง 2 ระบบเสียง ผมพยายามเลือกเพลงที่ผมรู้จักและชอบมาฟัง เพื่อที่จะได้เปรียบเทียบกับเพลงในรูปแบบปกติที่เคยฟังมา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ว่าเพลงที่ผมเลือกมานั้นจะมีแค่ในระบบเสียงสามมิติแบบใดแบบหนึ่งเท่านั้น เราจึงไม่สามารถนำระบบเสียงทั้งสองมาเปรียบเทียบกันตรง ๆ ได้ นอกจากเล่าถึงประสบการณ์การฟังเพลงดังกล่าวในระบบเสียงนั้นให้อ่านกัน

tidal-now-playing-360ra

ในการฟังเพลงระบบเสียง 360 Reality Audio นั้น ผมได้เลือกเพลงยอดนิยมในการทดสอบระบบเสียงอย่าง Watermelon Man และ Take Five ขึ้นมาฟังเป็นเพลงแรก ๆ เลย ซึ่งการฟังเพลงทั้งสองนี้ในรูปแบบระบบเสียงสามมิตินั้นให้ประสบการณ์ที่แปลกใหม่มาก มิติเสียงฟังดูกว้าง เสียงเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นจะอยู่ในตำแหน่งต่าง ๆ แบบสามมิติ รวมทั้งสามารถเคลื่อนที่ไปมาแบบสามมิติด้วย เสียงเบสนั้นให้ความรู้สึกถึงความกว้าง – แคบได้ดีกว่าการมิกซ์แบบสเตอริโอมาก

แต่สำหรับเพลงแนวอื่น ๆ เช่น ป็อปหรือร็อคอย่าง Toxic ของ Britney Spears, Bigger Than My Body ของ John Mayer หรือ A Crow Left of the Murder ของ Incubus นั้น ดูเหมือนว่าเขาจะมิกซ์เสียงร้องให้อยู่ตรงหน้าเรา แล้วให้เครื่องดนตรีอื่นอยู่ในตำแหน่งล้อมตัวเรา ซึ่งฟังแล้วมันดูกลวง ๆ ไม่ค่อยมีพลัง ฟังไม่สนุกเท่าตัวมิกซ์สเตอริโอปกติเท่าไร

ข้อสังเกตของเพลงในระบบเสียง 360 Reality Audio อีกอย่างคือ ความดังของเสียงนั้นรู้สึกเบากว่าตัวมิกซ์สเตอริโอมาก แนะนำคนที่ฟังเพิ่มความดังเสียงให้มากกว่าปกติเพื่อจะได้ฟังเพลงอย่างชัดเจนมากขึ้นครับ

tidal-now-playing-dolby-atmos

ส่วนทางฝั่งระบบเสียง Dolby Atmos นั้น มีเพลงป็อปและเพลงร็อคที่ถูกใจเด็ก 90 อย่างผมมากกว่า ทำให้การเลือกเพลงมาฟังเปรียบเทียบกับแบบสเตอริโอได้ง่ายกว่า ส่วนตัวผมคิดว่าการมิกซ์เพลงทางฝั่ง Dolby จะไม่ค่อยเน้นการวางตำแหน่ง 3 มิติมากเท่าทางฝั่ง 360 Reality Audio แต่ใช้ระบบเสียง 3 มิติในการเสริมประสบการณ์ฟังเพลงแบบสเตอริโอเดิมมากกว่า เช่น เสียงเปียโนในเพลง This Love ของ Maroon 5 ที่จะถูกแพนไปมาในแบบสามมิติเสริมกับเสียงร้องและเสียงกีต้าร์

ในแง่ของระบบเสียงสามมิติ เพลงที่ผมเลือกฟังเลยไม่ค่อยให้ความรู้สึกถึงความเป็นสามมิติมากนัก นอกจากการแยกรายละเอียดเสียงที่ฟังดูชัดเจนกว่า มิติที่กว้างกว่าสเตอริโอนิดหน่อย แต่พอบทจะให้มีลูกเล่นนี้โผล่มา ก็มาแบบเล่นใหญ่เลย เช่น ท่อนอินโทรของเพลง I feel it coming ของ The Weeknd ที่เสียงให้ความรู้สึกแคว้งคว้าง วนเวียนรอบตัวเลยทีเดียว

นอกจากหูฟัง WH-XB900N แล้ว ผมยังได้ลองนำหูฟังอย่าง MDR-1ABT และ XBA-N3 ต่อกับตัวแปลงแจ็คหูฟัง มาใช้ในการฟังเพลงสามมิติทั้งสองระบบเสียงด้วย หากไม่นับเรื่องแนวเสียงหรือคุณสมบัติของตัวหูฟังเอง ระบบเสียงสามมิติทั้งสองก็ยังให้ประสบการฟังเพลงแบบสามมิติที่ดีให้ได้อยู่ อย่างไรก็ตามผมคิดว่าหูฟังที่ออกแบบให้รองรับ 360 Reality Audio อย่าง WH-XB900N ที่ผมนำมาใช้นั้น มีความแม่นยำในเรื่องของตำแหน่งของเสียงมากกว่า เมื่อใช้ฟังเพลงในรูปแบบ 360 Reality Audio เมื่อเทียบกับหูฟังทั้งสองตัวที่ผมนำมาใช้ฟังเพลงด้วย

Conclusion

จากที่เกริ่นไปตอนต้นแล้วว่า ผมไม่สามารถที่จะเปรียบเทียบระบบเสียงทั้ง 360 Reality Audio และ Dolby Atmos ได้ เพราะผมเองยังไม่เจอเพลงที่มีให้ฟังในทั้งสองระบบเสียงนี้ แต่ถ้าให้เปรียบเทียบในแง่วิธีการมิกซ์เสียง ส่วนตัวผมชอบวิธีการมิกซ์ของเพลงทางฝั่ง Dolby Atmos ที่มีความเป็นเพลงมากกว่าเพลงทางฝั่ง 360 Reality Audio ที่เน้นแสดงความสามารถทางสามมิติ ซึ่งการมิกซ์แบบนี้อาจจะไม่เหมาะกับทุกแนวเพลงเสมอไป

ส่วนในแง่การใช้งาน ตอนนี้ผมคิดว่า Dolby Atmos ทำได้ดีกว่า เพราะเราสามารถฟังเพลงได้จากทั้งหูฟังและสตรีมไปเล่นที่ลำโพงหรือรีซีฟเวอร์ที่ถอดรหัส Dolby Atmos ได้ ส่วน 360 Reality Audio นั้นปัจจุบันยังคงจำกัดที่หูฟัง ถึงแม้ว่า Sony จะได้เปิดตัวลำโพงไร้สายต้นแบบที่จะรองรับระบบเสียงดังกล่าวที่งาน CES ไปเมื่อต้นปีก็ตาม

สรุป ผมคิดว่าเทคโนโลยีการฟังเพลงแบบสามมิตินั้นน่าสนใจและช่วยสร้างประสบการณ์ในการฟังเพลงใหม่ ๆ ได้ ถ้าใครใช้บริการสตรีมเพลงที่มีระบบเสียงสามมิติอยู่แล้วอย่าง TIDAL และมีอุปกรณ์พร้อม ก็แนะนำให้ทดลองฟังดูเพื่อเปิดรับประสบการณ์รูปแบบใหม่ครับ

1 thought on “ลองฟังเพลงในระบบเสียง 360 Reality Audio และ Dolby Atmos ที่ TIDAL

  1. Pingback: รีวิว หูฟังไร้สายตัดเสียงรบกวน Sony WH-1000XM4 เมื่อจ่าฝูงขยับตัวทิ้งห่างผู้ตามอีกครั้ง | RE.V –>

Leave a Reply