Product
หูฟัง MDR-EX750NA นั้น จะประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก ๆ คือ ตัวหูฟัง ชุดประมวลผล Digital NC และกล่องแบตเตอรี่ ซึ่งส่วนประกอบเหล่านี้จะถูกเชื่อมด้วยสายสัญญาณที่ฉนวนถูกเซาะร่องเอาไว้เพื่อลดการพันกันของสาย
ถึงแม้ว่าตัวหูฟังจะมีหลายส่วน แต่ด้วยความที่มีขนาดกะทัดรัด จึงทำให้ไม่รู้สึกเกะกะเมื่อใช้งานมากนัก แต่ก็ยังสู้ XBA-NC85D ที่มีชุด Digital NC กับแบตเตอรี่อยู่ภายในตัวหูฟังไม่ได้อยู่ดี
ส่วนของหูฟังนั้น ตัวถังยังคงมีโครงสร้างแบบขวด ซึ่งช่วยให้ตัวหูฟังหลุดออกจากหูได้ยาก คล้ายกับ MDR-EX750 ตัวปกติ แต่จะมีขนาดใหญ่กว่า เพราะจะต้องใส่ไมโครโฟนสำหรับฟังเสียงสภาพแวดล้อมลงไป
ส่วนของท่อนำเสียงนั้นถูกออกแบบให้ถ่ายทอดเสียงจากชุดตัวขับออกมาตรง ๆ โดยไม่ลดทอนเสียงโดยเฉพาะในย่านความถี่ที่สูงมาก ๆ
ส่วนตัวจุกยางแบบ Hybrid Silicone นั้น ส่วนที่เป็นโดมจะมีการทำสีสันให้เข้ากับสีของหูฟัง และมีลวดลายจุดบริเวณขอบล่างด้านในโดม เพื่อบอกขนาดของจุกแทนสีของแกนด้านใน ซึ่งแตกต่างจากจุก Hybrid Silicone รุ่นก่อนหน้า
ด้านล่างของตัวหูฟัง ตรงบริเวณที่สายออกมา จะมีช่องอากาศสำหรับเทคนิค Beat Response Control ของ Sony ที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพเสียงเบสให้ดีขึ้น
ด้านหลังของชุด Digital NC จะมีปุ่มควบคุมและไมโครโฟน สำหรับใช้งานร่วมกับโทรศัพท์ระบบปฏิบัติการ iOS และ Android
ส่วนของแบตเตอรี่ที่ถูกแยกออกมา ถูกวางในตำแหน่งใกล้กลับหัวปลั๊ก 3.5 มม. 4 หน้าสัมผัสชุบทอง ซึ่งตัวสายทางทีมออกแบบได้ทดลองหาความยาวที่เหมาะสม จนได้ความยาวอย่างที่เห็น ซึ่งโดยส่วนตัวผมอยากให้สายยาวกว่านี้อีกสักหน่อย และทำปลอกป้องกันสายหักตรงฝั่งแบตเตอรี่ด้วย
แบตเตอรี่ที่ใช้เป็นแบบ Li-ion ซึ่งสามารถใช้งานได้นานถึง 16 ชม. และใช้เวลาในการชาร์จไฟผ่านพอร์ต Micro USB เพียง 2.5 ชม.
ด้านหลังส่วนแบตเตอรี่จะมีปุ่ม RESET สำหรับกดเวลาหูฟังมีปัญหา
ส่วนของชุดตัวขับที่ใช้ภายใน h.ear in นั้น ทางทีมออกแบบได้ออกแบบตัวขับขนาด 9 มม. รุ่นใหม่ ซึ่งจะต้องมีความไวต่อสัญญาณมาก ๆ และสามารถตอบสนองความถี่ตามมาตรฐาน Hi-Res Audio ได้
ในเรื่องของความไวต่อสัญญาณ ทีมออกแบบได้ใช้แม่เหล็กทรงวงแหวน วางครอบ voice coil ขนาดเล็ก ซึ่งแตกต่างจากตัวขับทั่ว ๆ ไป ที่ voice coil มักจะอยู่รอบแม่เหล็กทรงกระดุม
ในเรื่องการตอบสนองความถี่ ทีมออกแบบได้ออกแบบให้ไดอะแฟรมและ voice coil อยู่ติดกัน เพื่อให้สามารถตอบสนองความถี่ที่สูงมาก ๆ ได้ (ตามสเปกทำได้ 5 Hz – 40,000 Hz) นอกจากนี้ทางทีมงานยังได้ใส่ท่อสำหรับจูนเสียงของชุดตัวขับแต่ละตัวให้ออกมาใกล้เคียงกันในขั้นตอนการผลิตอีกด้วย
อย่างไรก็ตามชุดตัวขับที่ใช้ใน h.ear in NC นั้นจะมีความหนาของไดอะแฟรมที่แตกต่างจาก h.ear in รุ่นปกติ เพื่อเพิ่มการตอบสนองเสียงในย่านต่ำ ซึ่งจะช่วยให้สามารถสร้างเสียงหักล้างได้อย่างแม่นยำขึ้น
ส่วนไมโครโฟนรับเสียงสภาพแวดล้อมนั้น ทางทีมออกแบบได้ใส่ไมโครโฟน Feedforward ทำหน้าที่ฟังเสียงสภาพแวดล้อมจากด้านนอกหูฟัง และไมโครโฟน Feedback ทำหน้าที่ฟังเสียงสภาพแวดล้อมบริเวณใกล้หู ซึ่งไมค์ Feedback นั้นจะช่วยฟังเสียงรบกวนที่ไมค์ Feedforward ไม่สามารถได้ยินได้ ทำให้ความสามารถในการตรวจจับเสียงรบกวนนั้นดีขึ้น
เทคนิคการใช้ไมโครโฟนคู่ดังกล่าวจะมีเฉพาะใน h.ear in NC รหัส MDR-EX750NA เท่านั้น ส่วน h.ear in NC รหัส MDR-NW750N และ MDR-NC750 นั้นจะมีแค่ไมค์ Feedforward เพียงอย่างเดียว
Set up
การใช้งาน MDR-EX750NA นั้นไม่ยุ่งยากอะไร เพียงแค่นำไปเสียบกับอุปกรณ์ที่ต้องการใช้งานด้วยกันเหมือนหูฟังทั่ว ๆ ไป และหากต้องการใช้งานระบบตัดเสียงรบกวน ก็เพียงเลื่อนปุ่มเปิดที่ชุด Digital NC ซึ่งจะมีเสียงสัญญาณดังขึ้น และไฟสถานะจะกระพริบเพื่อบอกปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่
เมื่อเราเปิด Digital NC ระบบจะเข้าสู่โหมด A ก่อน จากนั้น AI จะใช้เวลาเล็กน้อยเพื่อฟังเสียงสภาพแวดล้อม แล้วปรับโหมดการทำงานที่เหมาะสมให้ใหม่โดยอัตโนมัติ หลังจากเปิดระบบตัดเสียงรบกวนแล้ว จะรู้สึกว่าเสียงรบกวนในย่านความถี่ต่ำจะลดลง และจะมีเสียง hiss ดังขึ้นมาแทน ซึ่งในคู่มือระบุว่าเป็นปกติครับ
Performance
ผมได้มีโอกาสใช้งาน MDR-EX750NA ร่วมกับ Walkman ZX1 เป็นเวลาประมาณ 2 อาทิตย์ ผมจึงได้นำหูฟังไปลองใช้งานในหลาย ๆ สภาพแวดล้อม เช่น บนรถเมล์ปรับอากาศ ที่ทำงาน รวมทั้งบนเครื่องบิน ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นสภาพแวดล้อมที่หลาย ๆ คนตัดสินใจซื้อหูฟังตัดเสียงรบกวนมาใช้กัน
น้ำเสียงของ MDR-EX750NA ตอนที่ยังไม่ได้เปิด Digital NC นั้นจะมีเสียงเบสที่พุ่ง ลงได้ลึก ในปริมาณที่พอดิบพอดี เสียงกลางที่ฟังดูค่อนข้างเด่น มีเสียงแหลมที่คมและละเอียด แต่มีปริมาณไม่มาก เหมือนเสียงถูกอั้น ๆ เอาไว้ เมื่อเทียบกับ EX750 ตัวปกติ
แต่พอเปิด Digital NC แล้ว ระดับเสียงโดยรวมจะเพิ่มขึ้น ช่วงเสียงกลางจะมีความสว่าง (bright) มากขึ้น เสียงแหลมที่ถูกอั้น ๆ ไว้ ก็จะแสดงออกมาได้อย่างเต็มที่ การแยกรายละเอียดเสียงทำได้ดี มีมิติเสียงไม่กว้างแต่ก็ไม่อึดอัดแต่อย่างใด ซึ่งก็เป็นแนวเสียงของ h.ear in ตัวปกตินั้นเอง แต่การเปิดระบบตัดเสียงรบกวนก็ส่งผลให้เสียงเบสในย่านลึก ๆ นั้นหายไปด้วยเหมือนกัน และด้วยความที่หูฟังนั้นมีการตอบสนองเสียงแหลมที่ชัดเจน ก็ทำให้เสียง hiss นั้นฟังดูชัดเจนมากขึ้นด้วย
ส่วนระบบตัดเสียงรบกวนนั้น EX750NA สามารถทำได้ดีตามที่ระบุไว้ คือสามารถตัดเสียงรบกวนในย่านความถี่ต่ำได้จนแทบไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์หรือเสียงเครื่องปรับอากาศเลย มีเพียงเสียงคนคุยกัน เสียงเพลงที่เปิดในรถ เสียงกริ่ง และเสียงอื่น ๆ ที่หลุดเข้ามาให้ได้ยินในระดับที่ไม่ได้ดังมาก ซึ่งคนที่ไม่คุ้นเคยอาจจะรู้สึกเหมือนหูอื้อ เพราะตัวระบบมันตัดเสียงในย่านต่ำ ๆ ไปเกือบทั้งหมด และเมื่อรวมกับระดับเสียงของการฟังเพลงแล้ว แทบจะเรียกได้ว่าถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม ผมได้ยินเสียงเหมือนแก้วแตกสั้น ในเวลาที่รถเมล์มีการกระแทก และบนเครื่องบินเวลาเครื่องตกหลุมอากาศ ซึ่งผมเข้าใจว่าอาจจะเกิดจากเสียงกลับเฟสที่ระบบตัดเสียงรบกวนสร้างขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยจนเป็นประเด็นพิเศษอะไร
สำหรับอายุแบตเตอรี่นั้น จากการใช้งานเฉลี่ยวันละประมาณ 1 – 2 ชม.ในช่วงเดินทางในวันทำงาน รวมกันประมาณ 10 ชม. ไฟบอกสถานะแบตเตอรี่ยังคงกระพริบเตือน 3 ครั้งอยู่ ผมเลยไม่ค่อยแน่ใจเรื่องการบอกระดับแบตเตอรี่ของ h.ear in NC เท่าไร เพราะในคู่มือก็ไม่ได้ระบุปริมาณที่แน่นอนของการกระพริบแต่ละรูปแบบไว้ แต่จากการใช้งาน คิดว่าอย่างน้อยก็สามารถใช้งานได้ประมาณอาทิตย์นึง ถ้าเปิดฟังวันละ 2 – 4 ชม.
Conclusion
จากการใช้งาน MDR-EX750NA ผมคิดว่า Sony ได้จัดเต็มกับน้ำเสียงของหูฟังตัวนี้มาก ซึ่งถ้าใครคุ้นเคยกับหูฟังกลุ่ม Hi-Res ของ Sony มาก่อนหน้าแล้ว หากได้ฟังหูฟังตัวนี้ จะรู้สึกได้ถึงแนวเสียงที่เป็นจุดเด่นของหูฟังกลุ่มนี้เลยทีเดียว ถึงแม้ว่าจะมีลักษณะเสียงในบางจุดที่ยังทำได้ไม่เหมือนหูฟังรุ่นที่แพงกว่า เช่น เสียงเบส การลากยาวของเสียงแหลม มิติ และรายละเอียด แต่ก็ถือว่าสมราคาค่าตัวของหูฟังตัวนี้
ส่วนระบบตัดเสียงรบกวนนั้น ก็ยังคงความสามารถตามแบบฉบับ Sony ไว้อยู่เช่นเดิม แต่เสียง hiss ตอนเปิดระบบตัดเสียงรบกวน นั้นได้ยินค่อนข้างชัดเจนกว่าหูฟังตัดเสียงรบกวนของ Sony ที่ผมเคยใช้อยู่บ้าง
สรุป ถ้าใครกำลังมองหาหูฟังตัดเสียงรบกวนสำหรับใช้งานขณะเดินทาง ที่มีขนาดเล็ก พกพาสะดวก หน้าตาดี และสีเจ็บ ๆ (สำหรับสี Cinnabar Red) MDR-EX750NA จัดเป็นตัวเลือกที่น่านำไปพิจารณาครับ
Like
- น้ำเสียงคงแนวทางสินค้ากลุ่ม Hi-Res ของค่ายไว้เป็นอย่างดี
- สามารถรักษาน้ำเสียงให้ใกล้เคียง h.ear in ตัวปกติ เมื่อเปิดระบบตัดเสียงรบกวน
- ระบบตัดเสียงรบกวนสามารถลดเสียงรบกวนในย่านความถี่ต่ำได้จริงและแม่นยำ
Don’t like
- เสียงเบสที่ความถี่ต่ำ ๆ มาก ๆ หายไปเมื่อเปิดระบบตัดเสียงรบกวน
- เสียง hiss ตอนเปิดตอนเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ยินค่อนข้างชัดเจน
- สายหัวปลั๊ก 3.5 มม. สั้นไปหน่อย และไม่มีปลอกกันสายหักที่ฝั่งแบตเตอรี่
ขอขอบคุณ Sony Thai ที่เอื้อเฟื้อหูฟังสำหรับการรีวิวด้วยครับ
Pingback: รีวิว เครื่องเล่น Walkman A30 และหูฟัง MDR-NW750N คู่จี้ด Hi-Res จาก Sony | RE.V –>
Pingback: รีวิว Sony MDR-NC750 หูฟังตัดเสียงรบกวนคู่หู Xperia | RE.V –>