รีวิว หูฟัง Sony h.ear in NC MDR-EX750NA เงียบสงบไปกับเพลงความละเอียดสูง

Product

Sony h.ear in NC MDR-EX750NA

หูฟัง MDR-EX750NA นั้น จะประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก ๆ คือ ตัวหูฟัง ชุดประมวลผล Digital NC และกล่องแบตเตอรี่ ซึ่งส่วนประกอบเหล่านี้จะถูกเชื่อมด้วยสายสัญญาณที่ฉนวนถูกเซาะร่องเอาไว้เพื่อลดการพันกันของสาย

ถึงแม้ว่าตัวหูฟังจะมีหลายส่วน แต่ด้วยความที่มีขนาดกะทัดรัด จึงทำให้ไม่รู้สึกเกะกะเมื่อใช้งานมากนัก แต่ก็ยังสู้ XBA-NC85D ที่มีชุด Digital NC กับแบตเตอรี่อยู่ภายในตัวหูฟังไม่ได้อยู่ดี

Sony h.ear in NC MDR-EX750NA

ส่วนของหูฟังนั้น ตัวถังยังคงมีโครงสร้างแบบขวด ซึ่งช่วยให้ตัวหูฟังหลุดออกจากหูได้ยาก คล้ายกับ MDR-EX750 ตัวปกติ แต่จะมีขนาดใหญ่กว่า เพราะจะต้องใส่ไมโครโฟนสำหรับฟังเสียงสภาพแวดล้อมลงไป

Sony h.ear in NC MDR-EX750NA

ส่วนของท่อนำเสียงนั้นถูกออกแบบให้ถ่ายทอดเสียงจากชุดตัวขับออกมาตรง ๆ โดยไม่ลดทอนเสียงโดยเฉพาะในย่านความถี่ที่สูงมาก ๆ

ส่วนตัวจุกยางแบบ Hybrid Silicone นั้น ส่วนที่เป็นโดมจะมีการทำสีสันให้เข้ากับสีของหูฟัง และมีลวดลายจุดบริเวณขอบล่างด้านในโดม เพื่อบอกขนาดของจุกแทนสีของแกนด้านใน ซึ่งแตกต่างจากจุก Hybrid Silicone รุ่นก่อนหน้า

Sony h.ear in NC MDR-EX750NA

ด้านล่างของตัวหูฟัง ตรงบริเวณที่สายออกมา จะมีช่องอากาศสำหรับเทคนิค Beat Response Control ของ Sony ที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพเสียงเบสให้ดีขึ้น

Sony h.ear in NC MDR-EX750NA

ด้านหลังของชุด Digital NC จะมีปุ่มควบคุมและไมโครโฟน สำหรับใช้งานร่วมกับโทรศัพท์ระบบปฏิบัติการ iOS และ Android

Sony h.ear in NC MDR-EX750NA

ส่วนของแบตเตอรี่ที่ถูกแยกออกมา ถูกวางในตำแหน่งใกล้กลับหัวปลั๊ก 3.5 มม. 4 หน้าสัมผัสชุบทอง ซึ่งตัวสายทางทีมออกแบบได้ทดลองหาความยาวที่เหมาะสม จนได้ความยาวอย่างที่เห็น ซึ่งโดยส่วนตัวผมอยากให้สายยาวกว่านี้อีกสักหน่อย และทำปลอกป้องกันสายหักตรงฝั่งแบตเตอรี่ด้วย

Sony h.ear in NC MDR-EX750NA

แบตเตอรี่ที่ใช้เป็นแบบ Li-ion ซึ่งสามารถใช้งานได้นานถึง 16 ชม. และใช้เวลาในการชาร์จไฟผ่านพอร์ต Micro USB เพียง 2.5 ชม.

Sony h.ear in NC MDR-EX750NA

ด้านหลังส่วนแบตเตอรี่จะมีปุ่ม RESET สำหรับกดเวลาหูฟังมีปัญหา

sony-mdr-ex750na-driver

ส่วนของชุดตัวขับที่ใช้ภายใน h.ear in นั้น ทางทีมออกแบบได้ออกแบบตัวขับขนาด 9 มม. รุ่นใหม่ ซึ่งจะต้องมีความไวต่อสัญญาณมาก ๆ และสามารถตอบสนองความถี่ตามมาตรฐาน Hi-Res Audio ได้

ในเรื่องของความไวต่อสัญญาณ ทีมออกแบบได้ใช้แม่เหล็กทรงวงแหวน วางครอบ voice coil ขนาดเล็ก ซึ่งแตกต่างจากตัวขับทั่ว ๆ ไป ที่ voice coil มักจะอยู่รอบแม่เหล็กทรงกระดุม

ในเรื่องการตอบสนองความถี่ ทีมออกแบบได้ออกแบบให้ไดอะแฟรมและ voice coil อยู่ติดกัน เพื่อให้สามารถตอบสนองความถี่ที่สูงมาก ๆ ได้ (ตามสเปกทำได้ 5 Hz – 40,000 Hz) นอกจากนี้ทางทีมงานยังได้ใส่ท่อสำหรับจูนเสียงของชุดตัวขับแต่ละตัวให้ออกมาใกล้เคียงกันในขั้นตอนการผลิตอีกด้วย

อย่างไรก็ตามชุดตัวขับที่ใช้ใน h.ear in NC นั้นจะมีความหนาของไดอะแฟรมที่แตกต่างจาก h.ear in รุ่นปกติ เพื่อเพิ่มการตอบสนองเสียงในย่านต่ำ ซึ่งจะช่วยให้สามารถสร้างเสียงหักล้างได้อย่างแม่นยำขึ้น

sony-mdr-ex750na-mics

ส่วนไมโครโฟนรับเสียงสภาพแวดล้อมนั้น ทางทีมออกแบบได้ใส่ไมโครโฟน Feedforward ทำหน้าที่ฟังเสียงสภาพแวดล้อมจากด้านนอกหูฟัง และไมโครโฟน Feedback ทำหน้าที่ฟังเสียงสภาพแวดล้อมบริเวณใกล้หู ซึ่งไมค์ Feedback นั้นจะช่วยฟังเสียงรบกวนที่ไมค์ Feedforward ไม่สามารถได้ยินได้ ทำให้ความสามารถในการตรวจจับเสียงรบกวนนั้นดีขึ้น

เทคนิคการใช้ไมโครโฟนคู่ดังกล่าวจะมีเฉพาะใน h.ear in NC รหัส MDR-EX750NA เท่านั้น ส่วน h.ear in NC รหัส MDR-NW750N และ MDR-NC750 นั้นจะมีแค่ไมค์ Feedforward เพียงอย่างเดียว

Set up

Sony h.ear in NC MDR-EX750NA

การใช้งาน MDR-EX750NA นั้นไม่ยุ่งยากอะไร เพียงแค่นำไปเสียบกับอุปกรณ์ที่ต้องการใช้งานด้วยกันเหมือนหูฟังทั่ว ๆ ไป และหากต้องการใช้งานระบบตัดเสียงรบกวน ก็เพียงเลื่อนปุ่มเปิดที่ชุด Digital NC ซึ่งจะมีเสียงสัญญาณดังขึ้น และไฟสถานะจะกระพริบเพื่อบอกปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่

เมื่อเราเปิด Digital NC ระบบจะเข้าสู่โหมด A ก่อน จากนั้น AI จะใช้เวลาเล็กน้อยเพื่อฟังเสียงสภาพแวดล้อม แล้วปรับโหมดการทำงานที่เหมาะสมให้ใหม่โดยอัตโนมัติ หลังจากเปิดระบบตัดเสียงรบกวนแล้ว จะรู้สึกว่าเสียงรบกวนในย่านความถี่ต่ำจะลดลง และจะมีเสียง hiss ดังขึ้นมาแทน ซึ่งในคู่มือระบุว่าเป็นปกติครับ

Performance

Sony h.ear in NC MDR-EX750NA

ผมได้มีโอกาสใช้งาน MDR-EX750NA ร่วมกับ Walkman ZX1 เป็นเวลาประมาณ 2 อาทิตย์ ผมจึงได้นำหูฟังไปลองใช้งานในหลาย ๆ สภาพแวดล้อม เช่น บนรถเมล์ปรับอากาศ ที่ทำงาน รวมทั้งบนเครื่องบิน ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นสภาพแวดล้อมที่หลาย ๆ คนตัดสินใจซื้อหูฟังตัดเสียงรบกวนมาใช้กัน

น้ำเสียงของ MDR-EX750NA ตอนที่ยังไม่ได้เปิด Digital NC นั้นจะมีเสียงเบสที่พุ่ง ลงได้ลึก ในปริมาณที่พอดิบพอดี เสียงกลางที่ฟังดูค่อนข้างเด่น มีเสียงแหลมที่คมและละเอียด แต่มีปริมาณไม่มาก เหมือนเสียงถูกอั้น ๆ เอาไว้ เมื่อเทียบกับ EX750 ตัวปกติ

แต่พอเปิด Digital NC แล้ว ระดับเสียงโดยรวมจะเพิ่มขึ้น ช่วงเสียงกลางจะมีความสว่าง (bright) มากขึ้น เสียงแหลมที่ถูกอั้น ๆ ไว้ ก็จะแสดงออกมาได้อย่างเต็มที่ การแยกรายละเอียดเสียงทำได้ดี มีมิติเสียงไม่กว้างแต่ก็ไม่อึดอัดแต่อย่างใด ซึ่งก็เป็นแนวเสียงของ h.ear in ตัวปกตินั้นเอง แต่การเปิดระบบตัดเสียงรบกวนก็ส่งผลให้เสียงเบสในย่านลึก ๆ นั้นหายไปด้วยเหมือนกัน และด้วยความที่หูฟังนั้นมีการตอบสนองเสียงแหลมที่ชัดเจน ก็ทำให้เสียง hiss นั้นฟังดูชัดเจนมากขึ้นด้วย

ส่วนระบบตัดเสียงรบกวนนั้น EX750NA สามารถทำได้ดีตามที่ระบุไว้ คือสามารถตัดเสียงรบกวนในย่านความถี่ต่ำได้จนแทบไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์หรือเสียงเครื่องปรับอากาศเลย มีเพียงเสียงคนคุยกัน เสียงเพลงที่เปิดในรถ เสียงกริ่ง และเสียงอื่น ๆ ที่หลุดเข้ามาให้ได้ยินในระดับที่ไม่ได้ดังมาก ซึ่งคนที่ไม่คุ้นเคยอาจจะรู้สึกเหมือนหูอื้อ เพราะตัวระบบมันตัดเสียงในย่านต่ำ ๆ ไปเกือบทั้งหมด และเมื่อรวมกับระดับเสียงของการฟังเพลงแล้ว แทบจะเรียกได้ว่าถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ผมได้ยินเสียงเหมือนแก้วแตกสั้น ในเวลาที่รถเมล์มีการกระแทก และบนเครื่องบินเวลาเครื่องตกหลุมอากาศ ซึ่งผมเข้าใจว่าอาจจะเกิดจากเสียงกลับเฟสที่ระบบตัดเสียงรบกวนสร้างขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยจนเป็นประเด็นพิเศษอะไร

สำหรับอายุแบตเตอรี่นั้น จากการใช้งานเฉลี่ยวันละประมาณ 1 – 2 ชม.ในช่วงเดินทางในวันทำงาน รวมกันประมาณ 10 ชม. ไฟบอกสถานะแบตเตอรี่ยังคงกระพริบเตือน 3 ครั้งอยู่ ผมเลยไม่ค่อยแน่ใจเรื่องการบอกระดับแบตเตอรี่ของ h.ear in NC เท่าไร เพราะในคู่มือก็ไม่ได้ระบุปริมาณที่แน่นอนของการกระพริบแต่ละรูปแบบไว้ แต่จากการใช้งาน คิดว่าอย่างน้อยก็สามารถใช้งานได้ประมาณอาทิตย์นึง ถ้าเปิดฟังวันละ 2 – 4 ชม.

Conclusion

Sony h.ear in NC MDR-EX750NA

จากการใช้งาน MDR-EX750NA ผมคิดว่า Sony ได้จัดเต็มกับน้ำเสียงของหูฟังตัวนี้มาก ซึ่งถ้าใครคุ้นเคยกับหูฟังกลุ่ม Hi-Res ของ Sony มาก่อนหน้าแล้ว หากได้ฟังหูฟังตัวนี้ จะรู้สึกได้ถึงแนวเสียงที่เป็นจุดเด่นของหูฟังกลุ่มนี้เลยทีเดียว ถึงแม้ว่าจะมีลักษณะเสียงในบางจุดที่ยังทำได้ไม่เหมือนหูฟังรุ่นที่แพงกว่า เช่น เสียงเบส การลากยาวของเสียงแหลม มิติ และรายละเอียด แต่ก็ถือว่าสมราคาค่าตัวของหูฟังตัวนี้

ส่วนระบบตัดเสียงรบกวนนั้น ก็ยังคงความสามารถตามแบบฉบับ Sony ไว้อยู่เช่นเดิม แต่เสียง hiss ตอนเปิดระบบตัดเสียงรบกวน นั้นได้ยินค่อนข้างชัดเจนกว่าหูฟังตัดเสียงรบกวนของ Sony ที่ผมเคยใช้อยู่บ้าง

สรุป ถ้าใครกำลังมองหาหูฟังตัดเสียงรบกวนสำหรับใช้งานขณะเดินทาง ที่มีขนาดเล็ก พกพาสะดวก หน้าตาดี และสีเจ็บ ๆ (สำหรับสี Cinnabar Red) MDR-EX750NA จัดเป็นตัวเลือกที่น่านำไปพิจารณาครับ

Like

  • น้ำเสียงคงแนวทางสินค้ากลุ่ม Hi-Res ของค่ายไว้เป็นอย่างดี
  • สามารถรักษาน้ำเสียงให้ใกล้เคียง h.ear in ตัวปกติ เมื่อเปิดระบบตัดเสียงรบกวน
  • ระบบตัดเสียงรบกวนสามารถลดเสียงรบกวนในย่านความถี่ต่ำได้จริงและแม่นยำ

Don’t like

  • เสียงเบสที่ความถี่ต่ำ ๆ มาก ๆ หายไปเมื่อเปิดระบบตัดเสียงรบกวน
  • เสียง hiss ตอนเปิดตอนเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ยินค่อนข้างชัดเจน
  • สายหัวปลั๊ก 3.5 มม. สั้นไปหน่อย และไม่มีปลอกกันสายหักที่ฝั่งแบตเตอรี่

ขอขอบคุณ Sony Thai ที่เอื้อเฟื้อหูฟังสำหรับการรีวิวด้วยครับ

More info

Sony

Sony Japan

2 thoughts on “รีวิว หูฟัง Sony h.ear in NC MDR-EX750NA เงียบสงบไปกับเพลงความละเอียดสูง

  1. Pingback: รีวิว เครื่องเล่น Walkman A30 และหูฟัง MDR-NW750N คู่จี้ด Hi-Res จาก Sony | RE.V –>

  2. Pingback: รีวิว Sony MDR-NC750 หูฟังตัดเสียงรบกวนคู่หู Xperia | RE.V –>

Leave a Reply