รีวิว แล็ปท็อป ThinkPad X1 Extreme Gen 2 เมื่อประสิทธิภาพประสานเข้ากับความบางเบา

Lenovo ThinkPad X1 Extreme Gen 2

ในช่วงหลายปีให้หลังมานี้ ผู้ผลิตหลายเจ้าได้ออกแล็ปท็อปกลุ่มเน้นความบางเบาแต่มีประสิทธิภาพสูง (เช่น MacBook Pro 15 และ Dell XPS 15) กันออกมานอกจากแล็ปท็อปเล่นเกม ที่ตอนนี้สู้กันจนเป็นทะเลเลือดไปแล้ว Lenovo เองก็เป็นผู้ผลิตเจ้าหนึ่งที่ได้ร่วมวงแล็ปท็อปในกลุ่มนี้ออกมาด้วยการออก ThinkPad X1 Extreme มาเพื่อสู้กับแล็ปท็อปตัวอื่น ๆ ในตลาด

คราวนี้ RE.V-> เลยขอนำ ThinkPad X1 Extreme Gen 2 ซึ่งเป็นรุ่นที่สองของแล็ปท็อปรุ่นนี้มารีวิวให้เพื่อน ๆ ที่สนใจได้อ่านกันครับ

ThinkPad X1 Extreme เป็นหนึ่งในสมาชิกของ ThinkPad ตระกูล X1 ที่เป็นตระกูลแล็ปท็อปเน้นความบางเบาระดับไฮเอนด์ของค่าย และมีแนวความคิดในการพัฒนาคือการผสานกันขั้นสุดระหว่างประสิทธิภาพที่ไม่ลดทอนและการพกพา โดยทีมพัฒนาได้เลือกนำจุดเด่นของ ThinkPad X1 Carbon ที่มีความบางเบาและ ThinkPad P52 ซึ่งเป็น Workstation ที่มีประสิทธิภาพสูงมารวมกันจนได้ ThinkPad X1 Extreme สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการแล็ปท็อประดับไฮเอนด์ที่รองรับการใช้งาน VR และ ThinkPad P1 สำหรับผู้ที่ต้องการแล็ปท็อป Workstation ที่ได้รับการรับรอง ISV

สำหรับเครื่องที่ผมนำมารีวิวจะเป็น ThinkPad X1 Extreme Gen 2 รหัส 20QVS05X00 ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นเครื่องรุ่นสเปกมาตรฐานสำหรับการจำหน่ายในประเทศไทย มีประกัน On-Site แบบ Premier Support ให้ 3 ปี

Package

Lenovo ThinkPad X1 Extreme Gen 2 – Package

ThinkPad X1 Extreme Gen 2 ถูกบรรจุมาในกล่องลังน้ำตาลเช่นเดียวกับ ThinkPad เมื่อ 10 กว่าปีก่อน ตรงลิ้นกล่องจะมีสติ๊กเกอร์ซีลของ Lenovo ติดอยู่

Lenovo ThinkPad X1 Extreme Gen 2 – Retail Box

เปิดกล่องมาจะเจอกล่องใส่เครื่องด้านในอีกที สำหรับคนที่สั่งเครื่องผ่านเว็บ ถ้าจะเอากล่องแบบนี้ต้องเลือกตัวเลือก Retail Box ด้วย ไม่อย่างนั้นเปิดมาจะเจอตัวเครื่องใส่ถุงพลาสติกมาให้เหมือน ThinkPad รุ่นอื่น

Lenovo ThinkPad X1 Extreme Gen 2 – Retail Box Unboxed

เปิดกล่องมาจะเจอตัวเครื่องห่อพลาสติกอยู่ (ในรูปไม่มีเพราะผมแกะเช็คเครื่องที่ร้านไปแล้ว) ข้างใต้จะมีเอกสารและคู่มือต่าง ๆ

Lenovo ThinkPad X1 Extreme Gen 2 – Accessories

อุปกรณ์เสริมที่ให้มาในกล่องประกอบด้วยที่ชาร์จ 135 วัตต์ สายไฟปลั๊ก 3 ขาแบน และหัวแปลง ThinkPad Ethernet Extension Cable 1 เส้น สำหรับคนที่ใช้เครื่องยุคเก่าอย่างผม พบว่า Lenovo ไม่ได้ให้ยางตุ่มแดงแบบอื่น ๆ มาในกล่องแล้ว

Product – Hardware

Lenovo ThinkPad X1 Extreme Gen 2 – Top

อย่างที่เขียนไปตอนต้นว่า X1 Extreme มีที่มาจาก X1 Carbon ซึ่งทีมออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากตะเกียบ งานออกแบบของมันจึงมีความคล้ายคลึงกันมาก เพียงแต่มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเท่านั้น

Lenovo ThinkPad X1 Extreme Gen 2 – Status Indicator

ส่วนของฝาด้านบนใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์และใยแก้วในบริเวณขอบของฝาและตำแหน่งเสาอากาศหล่อรวมกันขึ้นมาเป็นชิ้นเดียว เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ป้องกันการหดตัว และทำให้คลื่นวิทยุสามารถวิ่งผ่านได้ ตัวฝาเคลือบสีแบบซอฟต์ทัชทำเป็นลวดลายคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งจะมีเฉพาะรุ่นที่ใช้จอ UHD เท่านั้น สำหรับรุ่นจอ Full HD และ X1 Extreme รุ่นแรกจะเป็นสีดำธรรมดา ไม่มีลวดลายอะไร

นอกจากนี้ ส่วนของฝาบนยังเป็นตำแหน่งของไฟสถานะที่ซ่อนอยู่ในจุดสีแดงของโลโก้ ThinkPad ด้วย

Lenovo ThinkPad X1 Extreme Gen 2 – Bottom

ด้านล่างของตัวเครื่องทำจากอะลูมิเนียมอัลลอยเพื่อช่วยระบายความร้อน มียางรองเครื่อง 3 ตำแหน่ง ช่องระบายความร้อนพร้อมตะแกรงปิดด้านใน ลำโพงสเตอริโอระบบเสียง Dolby Atmos และปุ่ม Emergency Reset ตรงกลาง

หากสังเกตตรงช่องระบายความร้อน เราจะเห็นชุดระบายความร้อนของ X1 Extreme ซึ่งประกอบไปด้วยพัดลมใบพัดปีกนกเค้าแมวรุ่นล่าสุดที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและทำงานได้เงียบลงกว่าเดิม 2 ตัว ประกอบเข้ากับตัวยึดพัดลมที่ออกแบบมาเป็นโลหะชิ้นเดียวต่อกับฮีทไปป์ นอกจากนี้ยังมีการใช้แหวนพลาสติกวางรองบอร์ดภายใน เพื่อลดอุณหภูมิของบอร์ดที่จะถ่ายเทไปยังบริเวณเคสด้านบนด้วย

Lenovo ThinkPad X1 Extreme Gen 2 – Left

ด้านซ้ายของเครื่องเป็นตำแหน่งของไฟสถานะการชาร์จ แจ็คเสียบที่ชาร์จ พอร์ต Thunderbolt 3 จำนวน 2 พอร์ต พอร์ต HDMI 2.0 พอร์ต Ethernet ความเร็ว 1 Gbps (ต้องต่อกับหัวแปลงที่ให้มาเพื่อใช้งาน) และแจ็คหูฟังและไมค์

Lenovo ThinkPad X1 Extreme Gen 2 – Right

ด้านขวาของเครื่องเป็นตำแหน่งตัวอ่าน Smart Card ตัวอ่าน SD Card รองรับความเร็วระดับ UHS-II และสามารถเสียบการ์ดได้เข้าไปได้ทั้งใบ พอร์ต USB 3.1 Gen 1 จำนวน 2 พอร์ต (1 พอร์ตเป็นแบบ Always On สำหรับชาร์จอุปกรณ์ตอนปิดเครื่อง) และช่องใส่สายล็อค

Lenovo ThinkPad X1 Extreme Gen 2 – Hinge

บานพับของเครื่องสามารถกางออกมาได้ถึง 180 องศา บริเวณบานพับจะมีช่องว่าง เพื่อให้อากาศผ่านไปยังช่องอากาศที่ชุดระบายความร้อนใช้ดูดลมจากภายนอกเข้าไปและเป่าลมร้อนออกมา

Lenovo ThinkPad X1 Extreme Gen 2 – Display

หน้าจอของ X1 Extreme ที่นำมารีวิวใช้พาเนล IPS ขนาด 15.6 นิ้วแบบด้าน ความละเอียด 3,840 x 2,160 พิกเซล มุมมองการแสดงผล 170° ความสว่างสูงสุด 500 nits รองรับมาตรฐาน HDR400 และ Dolby Vision รวมทั้งครอบคลุมการแสดงผลเฉดสี Adobe RGB 100%

นอกจากพาเนลข้างต้น X1 Extreme Gen 2 ยังมีหน้าจอความละเอียด Full HD ความสว่าง 300 nits และหน้าจอความละเอียด Full HD ความสว่าง 500 nits ที่รองรับ HDR ซึ่งใช้พลังงานน้อยกว่าจอความละเอียด UHD ให้เลือกด้วย แต่ก็ต้องแลกกับการครอบคลุมเฉดสีเพียง 72% ของ NTSC สำหรับคนที่ต้องการจอสัมผัสจะมีเพียงพาเนล OLED ความละเอียด UHD ปิดด้วยกระจก Gorilla Glass รองรับการสัมผัส 10 จุดและปากกาให้เลือกเท่านั้น

Lenovo ThinkPad X1 Extreme Gen 2 – Camera

ขอบจอด้านบนเป็นตำแหน่งของกล้องอินฟราเรดและกล้องเว็บแคมความละเอียด 720p รองรับระบบสแกนหน้า Windows Hello และมี ThinkShutter สำหรับเลื่อนมาบังกล้องเวลาไม่ใช้งาน

Lenovo ThinkPad X1 Extreme Gen 2 – Keyboard

ส่วนเคสบริเวณที่รองมือทำจากอะลูมิเนียมและแมกนีเซียมเคลือบด้วยสีสัมผัสแบบซอฟต์ทัชที่ให้สัมผัสที่นุ่มมือและทำความสะอาดได้ง่าย แต่ระยะยาวใช้แล้วไม่รู้ว่าจะลอกหรือละลายหรือเปล่า

ตัวคีย์บอร์ดเป็นแบบ 6 แถว พร้อม TrackPoint ที่มีตุ่มแดงแบบโดม และปุ่มกด 3 ปุ่ม ตัวคีย์บอร์ดออกแบบให้ป้องกันของเหลวหกใส่ และมีไฟส่องสว่างข้างใต้ ตัวแป้นมีขนาด 19.05 มม. มีช่วงกด 1.8 มม. ตัวแผ่นรองแป้นด้านล่างออกแบบให้ซับแรงเวลากดเพื่อลดความเมื่อยล้าขณะพิมพ์

ทัชแพดเป็นชิ้นเดียว กดคลิกลงได้ทั้งแผ่น เว้นช่องว่างบริเวณขอบด้านต่าง ๆ เพียง 0.2 มม. เพื่อความสวยงาม  ด้านล่างใช้สวิตช์แบบ Quiet Metal Dome เพื่อลดเสียงตอนกด ด้านบนเป็นกระจกที่ถูกทำผิวให้ไม่เรียบเพื่อลดแรงเสียดทานระหว่างนิ้ว ช่วยให้การเลื่อนบนทัชแพดราบรื่นขึ้น และรองรับมาตรฐาน Precision Touchpad ของ Microsoft

Lenovo ThinkPad X1 Extreme Gen 2 – Fingerprint Reader

ปุ่มเปิด – ปิดเครื่องและตัวสแกนลายนิ้วมือแบบสัมผัสจะอยู่ตรงบริเวณด้านขวาของคีย์บอร์ด

สำหรับสเปกของเครื่องที่นำมารีวิวมีดังนี้

  • CPU: Intel Core i7-9750H แบบ 6 แกน ความเร็ว 2.6 GHz สามารถเร่งความเร็วได้สูงสุด 4.5 GHz
  • GPU: Intel UHD Graphics 630 และ Nvidia GeForce GTX 1650 พร้อมหน่วยความจำ GDDR5 ขนาด 4 GB
  • SSD: Intel SSDPEKKF512G8L ขนาด 512 GB เชื่อมต่อแบบ NVMe 3.0 x 4 (สามารถใส่ได้สูงสุด 2 ชิ้น รองรับการทำ RAID 0 และ 1)
  • RAM: DDR4 ขนาด 16 GB ความเร็ว 2,666 MHz จำนวน 1 ชิ้น (สามารถใส่ได้สูงสุด 2 ชิ้น รวม 64 GB)
  • Wireless: Intel Wi-Fi 6 AX200 รองรับมาตรฐาน IEEE 802.11ax ต่อกับเสาอากาศแบบ MIMO 2 x 2 และ Bluetooth 5.0
  • LAN: Intel Ethernet Connection I219-V ความเร็ว 1 Gbps
  • Battery: ความจุ 80 Wh รองรับการชาร์จไฟเร็ว 80% ใน 1 ชม.
  • OS: Windows 10 Professional

ต่อไป เราจะไปดูซอฟต์แวร์ที่มากับตัวเครื่องและประสบการณ์ใช้งานจริงกัน

Leave a Reply