ลองฟัง Signature ตัวน้อย Sony Walkman ZX300

Sony Walkman ZX300 Hands-on

เมื่อวานนี้ ทาง Sony Thai ได้จัดงานเปิดตัวสินค้ากลุ่มเครื่องเสียงช่วงปลายปี 2017 ซึ่งหนึ่งในสินค้าที่เปิดตัวก็มีเครื่องเล่นเพลงพกพา Walkman ZX300 ที่ทาง Sony ได้ตั้งชื่อเล่นให้ว่า “Signature ตัวน้อย” ล้อไปกับ Walkman WM1 ซึ่งเป็น Walkman ในตระกูลเครื่องเสียง Signature ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้วครับ

หมายเหตุ เนื่องจากเครื่องที่นำมาแสดงและทดลองในงานนั้นเป็นเครื่องทดลอง ไม่ใช้เครื่องจำหน่ายจริง รายละเอียดต่าง ๆ ของตัวเครื่องอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตอนวางจำหน่ายจริง

Sony Walkman ZX300 Hands-on

ผมเชื่อว่าหลายคนคงเห็นหน้าตาของ ZX300 จากในรูปไปแล้ว แต่ตัวเครื่องจริงนั้น ผมคิดว่าสวยและดูหรูกว่าในรูปและพี่น้องในตระกูล ZX เดิมมาก จากการเปลี่ยนมาใช้กระจกหน้าที่ถูกพ่นทรายจนด้านทั้งชิ้น เว้นไว้ก็แต่โลโก้ Walkman ที่มุมล่างขวาของกระจก ซึ่งจากการใช้งานจอสัมผัส ผมชอบความรู้สึกของกระจกแบบนี้มาก แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าต้องติดฟิล์มกันรอย จะต้องใช้ฟิล์มแบบไหนเพื่อให้คงความสวยของกระจกด้านนี้ได้

Sony Walkman ZX300 Hands-on

ด้านหลังของเครื่องยังคงเป็นยางที่มีผิวคล้ายหนังเหมือนกับ Walkman ZX100 ที่ให้ความรู้สึกไม่ค่อยเกาะมือสักเท่าไร นอกจากนี้ตรงด้านล่างยังมีการเว้นพื้นที่เอาไว้ แตกต่างจากรูปสินค้าทางการ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเว้นไว้เพื่อติดสติ๊กเกอร์ข้อมูลตัวเครื่องเหมือน Walkman ZX1

ผมลองจับถือเครื่องใช้งานดู ก็รู้สึกว่าตัวเครื่องนั้นเบากว่า Walkman ZX1 ที่ผมใช้อยู่แบบรู้สึกได้ ถึงแม้ว่าตามสเปก ZX1 จะมีน้ำหนักเบากว่าเล็กน้อย ซึ่งผมเข้าใจว่าเกิดจากการถ่ายเทน้ำหนักของ ZX300 ที่ดีกว่า ในขณะที่ ZX1 นั้นจะมีส่วนก้นที่ยื่นออกมา เพื่อรองรับตัวเก็บประจุในภาคจ่ายไฟ

Sony Walkman ZX300 Hands-on

ในงานได้มีการจัดแสดงชิ้นส่วนต่าง ๆ ของ ZX300 เริ่มจากตัวถังอลูมิเนียมความต้านทานต่ำ ที่ผลิตจากก้อนอลูมิเนียมก้อนเดียว เอามาเจาะ แล้วทำสี

Sony Walkman ZX300 Hands-on

ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้งานใน Walkman WM1 ก็ถูกนำมาใช้ใน ZX300 ด้วย อย่างตัวเก็บประจุ EDLC และ FT CAP ในภาคจ่ายไฟ และชิป S-Master HX ตัวใหม่ (คาดว่าเป็นรุ่นรหัส CXD3778GF) และชิปสัญญาณนาฬิกาที่มีสัญญาณรบกวนต่ำ ซึ่งก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทาง Sony ถึงเรียก ZX300 ว่าเป็น Signature ตัวน้อย

Sony Walkman ZX300 Hands-on

ในแง่ซอฟต์แวร์เอง ZX300 ยังคงใช้ซอฟต์แวร์ Walkman เดิมเหมือนปีที่แล้ว การใช้งานต่าง ๆ ก็ยังเหมือนเดิม แต่ก็มีการปรับปรุงส่วนติดต่อผู้ใช้ เล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การปรับความดังของเสียงผ่านจอสัมผัส นอกจากนี้ผมยังรู้สึกว่าตัวซอฟต์แวร์ดูลื่นไหลกว่าเดิมกว่า Walkman รุ่นที่ออกเมื่อปีที่แล้วด้วย

Sony Walkman ZX300 Hands-on

ทาง Sony ได้เตรียมชุดทดลองฟังเสียง Walkman ZX300 ซึ่งประกอบไปด้วยหูฟังเหล้าเก่าในขวดใหม่อย่าง MDR-1ABP และ XBA-N3BP ซึ่งก็คือ MDR-1A และ XBA-N3 ที่มาพร้อมกับสายสัญญาณ Balanced จากโรงงาน และสายอัพเกรด MUC-S12SB1 และ MUC-M12SB1 ที่พัฒนาร่วมกับ Kimber Kable มาให้ได้ลองในงาน ส่วนตัวผมเองก็เตรียม Walkman ZX1 กับ XBA-N3 ใส่สาย MUC-M12SM2 เพื่อเอาไปฟังเปรียบเทียบกัน

ตอนที่ฟังเพลงที่ผมฟังประจำช่วงนี้บน ZX300 ผมรู้สึกว่า ทาง Sony ยังคงลักษณะแนวเสียงเดิมตั้งแต่สมัย ZX1 และ ZX100 ที่ฟังสนุกและให้ความรู้สึกที่ฉับไวเอาไว้ แต่มีย่านเสียงเบสและเสียงกลางที่ดูเด่นขึ้นมามากขึ้น ย่านเสียงแหลมที่มีความคมชัดกว่าเดิม รวมไปถึงรายละเอียด มิติเสียง และสัญญาณรบกวนที่ดีขึ้นกว่า ZX1 ที่ผมเอามาฟังเทียบ ส่วนเสียงจากแจ็ค Balanced เอง ก็ให้เสียงเบสที่ชัดเจนมากขึ้น และมีการแยกมิติที่เด็ดขาดกว่า

อย่างไรก็ตาม ผมสังเกตว่า ZX300 ขับหูฟัง MDR-1A ไม่ค่อยดีนัก เบสไม่ค่อยออก ถ้าไม่ได้เปิด High Gain ตรงแจ็คที่ต่อหูฟังนั้นไว้ ในขณะที่ตอนต่อหูฟังเล็ก ๆ อย่าง XBA-N3 ถ้าเปิด High Gain เสียงจะดังมาก จนต้องลดความดังเสียงลงไป

โดยรวมแล้ว ผมคิดว่า ZX300 จะชนะ ZX1 และ ZX100 อย่างเด็ดขาด ก็ตรงที่แจ็ค Balanced นี่แหละ แต่ถ้าให้ไปเทียบกับเครื่องเล่นรุ่นพี่อย่าง WM1A และ WM1Z ก็ถือว่าเป็นมวยคนละชั้นกันอยู่

ส่วนหูฟังรุ่นสาย Balanced นั้น ผมคิดว่าเรื่องแนวเสียงก็ไม่ได้ต่างจากรุ่นปกติ เพราะตัวหูฟังก็ยังเป็นตัวเดิม เข้าใจว่าทาง Sony ออก 2 ตัวนี้มา เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้ได้หูฟังแบบ Balanced ไปต่อกับเครื่องเล่นได้เลย ซึ่งก็แน่นอนว่าหูฟังรุ่นดังกล่าวก็ยังมีช่องทางให้อัพเกรดไปยังสายอัพเกรด Kimber Kable ที่ลดความบวมของเสียงเบสลง ปรับเสียงแหลมให้บาดหูน้อยลง และเน้นเสียงกลางให้หวานขึ้น

Sony Walkman ZX300 Hands-on

ผมเองไม่มีโอกาสลองความสามารถใหม่อย่าง USB DAC แต่ทาง Sony ก็ได้แสดงการใช้งานความสามารถดังกล่าวให้ดูในงานด้วย Walkman A40 ซึ่งการตั้งค่าทางฝั่ง Walkman ก็ไม่ซับซ้อนอะไร แค่ต่อเครื่องกับอุปกรณ์ แล้วจิ้มปุ่ม DAC ในหน้า library top screen เท่านั้น

สำหรับคนที่สนใจ ทาง Sony ประกาศราคาค่าตัวของ Walkman ZX300 ไว้ที่ 21,990 บาท และจะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน มีเฉพาะสีดำสีเดียว ส่วนราคาหูฟังรุ่นสาย Balanced นั้น ตัว MDR-1ABP อยู่ที่ 10,990 บาท และ XBA-N3BP อยู่ที่ 14,990 บาท ซึ่งก็เพิ่มจากรุ่นปกติอีก 2,000 บาท และสายอัพเกรดหูฟังแบบต่าง ๆ สามารถสั่งได้กับแผนกลูกค้าสัมพันธ์ของ Sony Thai ครับ

รายงานทดลองฟังจากงานเปิดตัวของ Sony ยังมีอีกตอนหนึ่ง อย่าลืมติดตามกันนะครับ

5 thoughts on “ลองฟัง Signature ตัวน้อย Sony Walkman ZX300

  1. somsuk

    ถามแบบคนไม่มีความรู้ครับ XBA-N3 ต่อแบบ 3.5 กับ 4.4 เสียงต่างกันมากไหมครับ

    Reply
    1. somsuk

      เพิ่มเติมครับ ขอความคิดเห็นครับว่า ถ้าผมจะจัด zx300 ต่อแบบ 4.4 ระหว่าง XBA-N3 กับ Z5 ตัวไหนคุ้มค่ากว่ากันครับ

      Reply
      1. AT1987 Post author

        รูปทรงและน้ำเสียงของ N3 กับ Z5 ค่อนข้างแตกต่างกันอยู่พอสมควร แนะนำให้ลองก่อนดีกว่าครับ บางคนชอบเสียง Z5 แต่ไม่อยากได้หูฟังที่ใส่แล้วยื่นออกมาก็มีครับ

        Reply
    2. AT1987 Post author

      วันที่ลอง XBA-N3 แบบ 3.5 มม. ของผม ใส่สายอัพเกรด MUC ไป เลยไม่อยากไปเทียบกับ สาย 4.4 ที่มาเป็นมาตรฐานกับ XBA-N3BP นะครับ แต่ส่วนตัวคิดว่าตัว 3.5 MUC ทำได้ดีกว่า 4.4 ปกติ ในย่านเสียงกลางและเบส แต่ 4.4 ได้เรื่องมิติที่ฟังดูกว้างกว่า

      แต่ถ้าให้เทียบกับ N3 ที่ใส่สายอัพเกรด 4.4 ที่เป็น Kimber Kable ผมคิดว่า 4.4 ให้มิติเสียงที่ฟังดูกว้างกว่า เบสไม่บวม และความคมของเสียงแหลมจะไม่บาดหูมากครับ

      Reply

Leave a Reply