Product – Software
ซอฟต์แวร์ภายในของ FDR-AXP55 นั้น ยังคงหน้าตาและการใช้งานเหมือนกับกล้อง Handycam รุ่นอื่น ๆ ที่ออกแบบมาให้สำหรับผู้ใช้ทั่วไปทำการควบคุมกล้องผ่านหน้าจอสัมผัส ซึ่งจะแตกต่างจากซอฟต์แวร์ภายในที่ใช้งานในกล้องตระกูล Cybershot RX และ Alpha อยู่พอสมควร
ใน AXP55 จะประกอบไปด้วยเมนูหลักทั้งหมด 7 เมนู ซึ่งสามารถเข้าถึงโดยการแตะที่ไอคอน MENU ตรงจอสัมผัส ดังนี้
- Shooting Mode เลือกโหมดการบันทึกภาพ
- Camera/Mic ปรับค่าการบันทึกภาพของตัวกล้องและไมค์ติดกล้อง
- Image Quality/Size เลือกรูปแบบไฟล์ที่ใช้บันทึก
- Wireless ตั้งค่าความสามารถไร้สายของตัวกล้อง
- Playback Function ดูภาพและวิดีโอที่บันทึก
- Edit/Copy คัดลอกและลบภาพและวิดีโอที่บันทึก
- Setup ตั้งค่าการทำงานของกล้อง
ตัวกล้องจะมีโหมดการบันทึกภาพทั้งหมด 6 แบบให้ใช้งาน ซึ่งในบางโหมดนั้น จะสามารถใช้ได้ก็ต่อเมื่อเราได้เลือกรูปแบบการบันทึกที่รองรับเสียก่อน
- Movie สำหรับบันทึกวิดีโอ
- Photo สำหรับบันทึกภาพนิ่ง
- Time-lapse Capture สำหรับบันทึกภาพนิ่งในช่วงเวลาที่ตั้งค่าไว้ ตั้งแต่ 1 – 60 วินาที
- Smth Slw REC สำหรับบันทึกการเคลื่อนไหว 3 วินาที แล้วยืดออกเป็น 12 วินาที (ใช้กับ XAVC S ไม่ได้)
- Golf Shot สำหรับบันทึกการเคลื่อนไหวที่อยู่กรอบภาพที่กำหนด 2 วินาที แล้วนำภาพเคลื่อนไหวในแต่ละช่วงมาเรียงให้อยู่ในรูปเดียว (ใช้กับ XAVC S ไม่ได้)
- High Speed REC สำหรับบันทึกภาพที่เฟรมเรตสูงที่ 100 เฟรมต่อวินาที (เฉพาะ XAVC S HD)
ในหน้าจอบันทึกภาพ ทางด้านซ้ายจะมีปุ่มเสมือนปรับระยะซูมและกดบันทึกภาพ และมีข้อมูลเบื้องต้น เช่น สถานะการบันทึกภาพ ปริมาณแบตเตอรี่ ระดับความดังเสียงที่บันทึก
เมื่อเราสัมผัสหน้าจอ หน้าจอจะแสดงรายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติมขึ้นมา เช่น รูปแบบไฟล์ที่ใช้บันทึก ระยะเวลาหน่วยความจำและแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ ไอคอนแสดงความสามารถกล้องที่เปิดใช้งาน นอกจากนี้ยังมีปุ่มเสมือนเพิ่มเติมเข้ามา ได้แก่ My Button (ด้านซ้ายของหน้าจอ) ปุ่มโหมดการบันทึกภาพ และปุ่มเลือก scene บันทึกภาพ (มุมขวาล่างของหน้าจอ)
ส่วนการใช้วงแหวนหน้าเลนส์ในการปรับค่าแบบ manual ให้เรากดปุ่ม manual ค้างไว้ แล้วใช้วงแหวนเลือกค่าที่ต้องการจะตั้ง พอเลือกแล้ว สัญลักษณวงแหวนบนหน้าจอจะระบุค่าที่วงแหวนนั้นจะปรับอยู่ เวลาจะปรับค่าก็ให้กดปุ่ม MANUAL 1 ครั้ง เพื่อเข้าโหมด manual แล้วค่อยหมุนวงแหวนเพื่อปรับค่า หากต้องการให้ค่าที่ปรับกลับมาทำงานเป็นแบบ auto ก็ให้กดปุ่ม MANUAL อีกที หากต้องการที่จะกลับไปใช้ระบบ auto ทุกอย่าง ก็ให้ไปเลือก RESET ในโหมด manual
ค่าของกล้องที่ตั้งแบบ manual เอาไว้ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ไม่ว่าเราจะเปลี่ยนไปปรับ manual ค่าอื่น หรือปิดกล้องก็ตาม ยกเว้นค่า Exposure, ความเร็วชัตเตอร์ และรูรับแสง (IRIS) ที่เมื่อเราปรับค่าใดค่าหนึ่ง ค่าที่เหลือจะถูกปรับใหม่โดยอัตโนมัติ ซึ่งถ้าเทียบกับกล้องถ่ายรูป การทำงานก็เหมือนกับโหมด S และโหมด A นั่นเอง
การปรับค่าต่าง ๆ ของตัวกล้องในการบันทึกภาพ เช่น AGC Limit, ระบบวัดแสง, SteadyShot, Cinematone, Picture Effect, การทำงานของไมโครโฟนกล้อง รวมไปถึงการตั้งค่าแสดงผลเพื่อช่วยในการบันทึกภาพ สามารถทำได้ที่เมนู Camera/Mic
การปรับรูปแบบไฟล์ที่ใช้บันทึกภาพ สามารถทำได้ที่เมนู Image Quality/Size ซึ่งตัวกล้องรองรับการบันทึกวิดีโอในรูปแบบดังนี้
- AVCHD เฟรมเรต 25p, 50i และ 50p ที่ bitrate 17 Mbps (FH) และ 24 Mbps (FX)
- XAVC S HD เฟรมเรต 25p และ 50p ที่ bitrate 50 Mbps
- XAVC S 4K เฟรมเรต 25p ที่ bitrate 60 Mbps และ 100 Mbps
- MP4 เฉพาะเปิดใช้งาน Dual Video REC
นอกจากเฟรมเรตที่ระบุข้างต้น ตัวกล้องยังสามารถตั้งเฟรมเรตที่ 24p ได้ โดยไปตั้งค่าตรง 24p Mode ตรงเมนู Setup
ส่วนความสามารถที่เกี่ยวข้องกับ WLAN ของเครื่อง เช่น ควบคุมกล้องผ่านแอพ PlayMemories Mobile และ Camera Remote API, ทำสตรีมมิ่งขึ้น Ustream หรือโอนไฟล์ไปยังสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์นั้น สามารถเรียกใช้ความสามารถดังกล่าวจากเมนู Wireless ได้
นอกจากนี้ใน AXP55 ยังมีความสามารถทางด้าน Wireless เพิ่มขึ้นมาใหม่อีกอย่าง คือความสามารถในการควบคุมกล้อง Sony ตัวอื่น ๆ ที่รองรับความสามารถ Multi Camera Control ได้ 1 – 5 ตัวพร้อมกัน โดยเราสามารถตั้งค่าการบันทึกพื้นฐานได้
สำหรับการจัดการหน่วยความจำภายในและ SD Card, ตั้งค่าการเชื่อมต่อผ่าน USB และ HDMI, การตั้งค่า Time code รวมไปถึงการตั้งค่าอื่น ๆ ของตัวกล้อง จะถูกรวมในอยู่ในเมนู Setup
ด้วยความที่ AXP55 มีค่าที่สามารถปรับค่าเองได้หลายอย่างจาก 3 เมนูข้างต้น เราสามารถที่จะเพิ่มค่าที่ต้องปรับเป็นประจำลงไปที่บริเวณ My Button ตรงด้านซ้ายของหน้าจอบันทึกภาพได้สูงสุด 3 ค่า ช่วยให้เราไม่ต้องมาไล่เมนูหาการตั้งค่าดังกล่าว
เมนูการเล่นวิดีโอและภาพที่บันทึกมา มีความคล้ายคลึงกันกับกล้อง Sony ตัวอื่น ๆ แต่ใน Handycam จะมีการจัดกลุ่มภาพที่ถ่ายมาเป็น Event เพื่อให้สะดวกในการค้นหา
ข้อควรจำอย่างหนึ่งเมื่อดูและจัดการไฟล์ที่อยู่บนกล้องคือ ตัวกล้องจะไม่สามารถแสดงไฟล์ AVCHD, XAVC S HD และ XAVC S 4K พร้อม ๆ กันได้ ถ้าต้องการเห็นไฟล์รูปแบบดังกล่าว จะต้องไปเปลี่ยนรูปแบบการบันทึกที่เมนู Image Quality/Size ก่อน
ต่อไป เราจะไปดูวิธีการตั้งค่าต่าง ๆ ของกล้องก่อนใช้งานและการใช้งานจริงครับ










พอจะบอกราคาได้ไหมครับ ผมอยากซื้อกล้องวิดีโอยู่พอดี แต่ไม่รู้ว่าควรเล่นแบบเปลี่ยนเลนส์ได้ดีกว่าไหม สนใจ พวก A7II หรือดูๆ Blackmagic ด้วย แต่จริงๆแล้วตัดต่อไม่เคยเก่ง แล้วก็ยังไม่เคยทำ grading สีเลย เลยไม่รู้ว่าตัวหลังมันจะยากเกินไปหรือเปล่า
ขอบคุณครับ
ตามความคิดผม กล้องทื่เปลี่ยนเลนส์ได้ น่าจะเหมาะกับงานที่อาศัยประโยชน์ของกล้องดังกล่าวคือ ขนาดเซนเซอร์ที่ใหญ๋ เลนส์ที่มีให้เลือกหลากหลาย เช่น ทางเอาหน้าชัดหลังเบลอ ถ่ายโบเกต์สวย ๆ ทำหนังสั้น ฯลฯ ซึ่งกล้อง Handycam หรือแม้กระทั่ง XDCAM ตัวล่าง ๆ มันไม่ตอบโจทย์ดังกล่าวครับ อย่าง Black Magic (ผมเข้าใจว่าตัว Pocket Camera) ก็จัดอยู่ในหมวดนี้ครับ
ส่วนเรื่อง Grading ถ้ามองให้ง่ายมันก็คือการปรับโทนสีของวิดีโอที่ถ่ายมาครับ แต่มันจะมายากตรงเรื่องระบบ Log ที่เราต้องทำงานด้วยนี่ล่ะครับ
ถ้าเอาภาพจากกล้องไปไลฟ์สด แล้วกดอัด vdo ไปด้วยพร้อมๆกัน ตัวนี้สามารถทำได้ไหมครับ
ถ้าเอาภาพจากกล้องตัวนี้ไปไลฟ์สด แล้วกดบันทึก vdo ลงเครื่องไปพร้อมๆกันสามารถทำได้ไหมครับ
ผมยังไม่เคยลองครับ