รีวิว Libratone Live ลำโพง AirPlay น้องใหม่ ไฟแรง ดีไซน์เก๋

Product (Cont.)

Libratone Live

ภายในประกอบด้วยดอกเสียงกลางขนาด 3″ กำลังขับ 25 วัตต์ สองดอก และดอกทวีตเตอร์แบบริบบอนขนาด 1″ กำลังขับ 25 วัตต์ สองดอก

Libratone Live

ดอกวูฟเฟอร์ขนาด 5″ กำลังขับ 50 วัตต์ ยิงเสียงออกทางด้านหน้า แต่ดอกลำโพงสี่ตัวแรกนั้นทำมุมเฉียงยิงออกจากทางด้านหลังของลำโพงแทน ไม่ต้องตกใจ ตรงนี้เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของทาง Libratone ที่เรียกว่า FullRoom ซึ่งเดี๋ยวจะกล่าวต่อไป

หลาย ๆ คนอาจจะไม่ค่อยคุ้นกับดอกลำโพงแบบริบบอน ก็ขอเขียนถึงเล็กน้อย ดอกลำโพงริบบอนคือลำโพงที่ใช้ริบบอนที่ทำจากฟิล์มโลหะบาง ๆ ในสนามแม่แหล็กเป็นตัวขับสัญญาณ ซึ่งตัวริบบอนนั้นจะตอบสนองต่อเสียงในความถี่สูงได้ดีกว่าดอกลำโพงทั่ว ๆ ไป ข้อเสียคือราคาแพง และตัวริ้บบอนเองนั้นเสียหายจากอุบัติเหตุได้ง่าย นี้คือสาเหตุที่ทำให้เราไม่ค่อยเจอลำโพงที่ใช้ดอกแบบนี้สักเท่าไร

Libratone Live

ด้านหลังหน้ากากลำโพงหลังจากแกะออกมาแล้ว ตัวที่ผมได้รับมาเป็นสี Blood Orange (ทางเซลล์ย้ำผมอย่างชัดเจนว่ามันไม่ใช่สีแดง) ซึ่งความพิเศษของสีนี้คือ เขาจะใช้เส้นใยที่ย้อมสีดำทอปนกับเส้นใยที่ย้อมสีส้มเข้มเอาไว้ ทำให้สีของมันดูออกเป็นสีแดง ๆ ที่พิเศษอีกอย่างคือสีนี้เขาจะใช้ผ้าแคชเมียร์ ซึ่งทอมาจากขนของแพะแคชเมียร์มาหุ้มแทน ซึ่งราคาจะแพงกว่าสีที่ใช้ผ้าขนสัตว์ปกติ

Set up

Libratone Live

หลังจากที่เราทำการเสียบปลั๊กแล้ว ไฟสถานะ Libratone Live จะกระพริบเป็นสีแดงเพื่อรอการติดตั้ง ให้เราเอาอุปกรณ์อะไรก็ได้ที่มี WLAN และโปรแกรม web browser ไปทำการเชื่อมต่อกับลำโพง แล้วพิมพ์ URL 192.168.1.1 ลงไป ก็จะเจอหน้าจอสำหรับตั้งค่า (ใครเคยตั้งค่าเราท์เตอร์ น่าจะร้องอ๋อกับขั้นตอนพวกนี้นะ)

Libratone Live

สำหรับในหน้าตั้งค่านั้นก็ไม่มีอะไรมาก คือจะมีช่องให้เราใส่ชื่อของลำโพง และการเชื่อมต่อลำโพงเข้ากับระบบเครือข่ายในบ้านของเรา ซึ่งก็ทำได้ง่าย ๆ เพียงเลือก Access Point ตัวที่เราใช้งาน ใส่รหัสผ่าน แล้วรอลำโพงมันต่อกับเครือข่าย เมื่อลำโพงเชื่อมต่อกับเครือข่ายในบ้านเราแล้ว มันก็พร้อมใช้งานล่ะ

Libratone Live

การฟังเพลงผ่าน AirPlay นั้นก็เป็นอะไรที่ง่าย ๆ เพียงแค่ใช้โปรแกรม iTunes บน PC หรือ Mac และอุปกรณ์ iOS ต่าง ๆ เช่น iPod iPhone หรือ iPad เล่นเพลง จะพบว่ามีไอคอน AirPlay โผล่ขึ้นมา ให้กดไอคอนนั้นแล้วเลือกลำโพงตัวที่เราต้องการจะให้เสียงออกมาได้เลย ถ้าเราใช้งานโปรแกรม iTunes จะสามารถทำให้เสียงออกจากลำโพงได้สูงสุด 6 จุดด้วยกันเลยทีเดียว แนะนำคนที่จะเล่นเพลงจาก iTunes บนคอมให้ไปโหลดแอพ Remote ซะ แล้วชีวิตคุณจะแฮปปี้ขึ้น

Libratone Live

สำหรับการใช้งานแบบเสียบสาย เราสามารถใช้สายปลั๊ก 3.5 มม. หรือสาย digital optical ที่เป็นหัวแบบ Mini-TOSLINK เสียบเข้ามาได้เลย แต่สำหรับการเชื่อมต่อแบบดิจิตอลนั้นให้ระวังเรื่องการตั้งค่า bit และความถี่ให้ถูกต้อง เพราะถ้าตั้งผิด เสียงจะไม่ออก ซึ่งเท่าที่ผมลองดูกับ PS3 ลำโพงตัวนี้รองรับ 24 bit ความถี่ที่ 44.1 – 48 KHz ครับ

Libratone Live

หากใครที่มี iDevice ต่าง ๆ ก็อย่าลืมไปโหลดแอพของ Libratone ใน App Store ซึ่งในแอพจะมีเมนูให้เราสามารถกดอัพเฟิร์มแวร์ของลำโพงให้เป็นรุ่นล่าสุดอยู่

ตั้งค่าเสร็จแล้ว ต่อไปก็ไปหาเพลงมานั่งฟังกัน

One thought on “รีวิว Libratone Live ลำโพง AirPlay น้องใหม่ ไฟแรง ดีไซน์เก๋

  1. Pingback: RE.V-> 2012 Roundup

Leave a Reply