รีวิว คีย์บอร์ด diNovo Edge จาก Logitech

Logitech diNovo Edge

สวัสดีครับ วันนี้ผมนำเอาคีย์บอร์ดจาก Logitech ที่เขากล้าพูดเลยว่า World’s most advanced keyboard. ซึ่งก็คือพี่ใหญ่ในคีย์บอร์ดไร้สายตระกูล diNovo ที่ชื่อว่า diNovo Edge นั้นเองครับ

ถึงแม้ว่าคีย์บอร์ดตัวนี้จะออกมานานมากแล้ว (ประมาณปี 2006) แต่ก็ยังคงจัดเป็นคีย์บอร์ดที่มีราคาแพงอยู่เหมือนกัน วันนี้เราจะมาลองกันดูสิว่ามันยังจะเป็น World’s most advanced keyboard ตามคำกล่าวอ้างอยู่หรือเปล่า

Package

ตัวกล่องจัดว่าใหญ่มากครับเมื่อเทียบกับกล่องคีย์บอร์ดเจ้าอื่นที่มีเมาส์และคีย์บอร์ดมาให้ในกล่องเดียวกันและค่อนข้างหนักด้วย

Logitech diNovo Edge

ข้างหลังกล่องบอกจุดขายต่างๆ ของคีย์บอร์ดตัวนี้

Logitech diNovo Edge

เปิดกล่องมาก็จะเห็นเจ้า  diNovo Edge นอนอยู่ในถาดพลาสติกกันกระแทก ส่วนฝาด้านในจะมีแผ่นโฟมบางๆ รองอยู่ แล้วตัวคีย์บอร์ดล่ะ ไม่เน่าหมดเหรอ ใจเย็นครับพี่น้อง เราไปดูส่วนอื่นกันก่อน

Logitech diNovo Edge

พอยกถาดรองคีย์บอร์ดออกก็จะเจอ ซองกระดาษ, แท่นชาร์จคีย์บอร์ด, อะแดปเตอร์ และ ตัวรับส่งสัญญาณบลูทธ USB  ซึ่งใช้ได้กับเจ้า diNivo Edge เท่านั้นครับ ใครซื้อของที่ Chin Inter นำเข้าจะได้สติ๊กเกอร์ภาษาไทยมาแปะปุ่มบนคีย์บอร์ดครับ

Logitech diNovo Edge

อะแดปเตอร์สำหรับเสียบที่ชาร์จ

Logitech diNovo Edge

ที่ชาร์จทำมาเป็นฐานวางตัวคีย์บอร์ด ในรูปผมไม่ได้แกะพลาสติกออกนะครับ เพราะพลาสติกมันเป็นรอยง่ายครับ

Logitech diNovo Edge

เวลาชาร์จก็ยกคีย์บอร์ดไปเสียบกับฐานตรงๆ เลย โดยให้โลโก้ Logittech ที่ตัวคีย์บอร์ดและฐานตรงกัน ถ้าไม่ตรงมันจะเสียบไม่เข้าครับ

Logitech diNovo Edge

ในซองกระดาษก็จะมีเอกสารและคู่มือต่างๆ, แผ่นโปรแกรม SetPoint สำหรับตั้งค่าคีย์บอร์ดโดยละเอียด และผ้าเช็ดคีย์บอร์ดครับ

Logitech diNovo Edge

ดูกันชัดๆ กับผ้าเช็ดคีย์บอร์ด

Product

Logitech diNovo Edge

หลายๆ คนเปิดกล้องเห็นคีบ์บอร์ดตัวนี้อาจจะใจสลายแต่แรกก็ได้ เพราะว่าตัวมันเองดำด้านๆ แถมยังมีริ้วรอยเต็มไปหมด มีทั้งรอยลึกและไม่ลึก ผมว่าใจเย็นๆ แล้วไปดูตรงซ้ายมือจะมีแผ่นสีขาวเล็กๆ อยู่ พอเราดึงมัน ฟิล์มป้องกันรอยจะค่อยๆ ลอกออกมาครับ และเราก็จะได้คีย์บอร์ดตัวสวยดำเงางามมาแล้วครับ

ข้อแนะนำตอนซื้อ ให้เช็คดูรอยครับ ถ้ารอยดูรุนแรงมากใหัขอเปิดฟิล์มดูที่ร้านเลยครับ จะได้ไม่ต้องกังวล

สำหรับผิวด้านบนของคีย์บอร์ดตัวนี้ทำจากแผ่นพลาสติก PMMA หรือชื่อในการค้าว่า Plexiglas สีดำโปร่งแสงตัดด้วยเลเซอร์ครับ ทำให้คีย์บอร์ดตัวนี้สวยแบบหมดจดไม่มีริ้วรอยอะไรเลย และที่รองมือก็ทำมาจากอลูมิเนียมขัด ซึ่งจะทำให้ผิวอลูมิเนียมมีรอยอันสวยงามเช่นเดี๋ยวกับตัวถัง Macbook Pro เลยทีเดียว

ตัวปุ่มเป็นพลาสติกผิวหยาบเล็กน้อย เกาะนิ้วได้ดี และใช้กลไก PerfectStroke ของ Logitech ซึ่งกลไกที่ว่านี้จะใส่มาในคีย์บอร์ดรุ่นกลางๆ บางรุ่นหรือรุ่นบนเท่านั้นครับ ซึ่งโฆษณาเอาไว้ว่าพิมพ์ได้ลื่นไหลและเป็นธรรมชาติกว่า และสำหรับตัวที่ได้มาเป็นเลย์เอาท์แบบ US International ครับ

What’s Plexiglas

Plexiglas เป็นชื่อทางการค้าของพลาสติก PMMA ซึ่ง PMMA นี้เป็นวัสดุพลาสติกซึ่งมีความแข็งแรงกว่ากระจก แต่อ่อนตัวและเป็นรอยง่ายกว่ากระจกครับ เว้นแต่จะมีการเคลือบกันรอบอีกที บ้านเราน่าจะรู้จัก Plexiglas กันในชื่อของแผ่นอะคริลิกครับ

Logitech diNovo Edge

เปรียบเทียบขนาดกับ Ultra-Flat Keyboard จากค่ายเดียวกัน ด้านยาวจะยาวเท่ากันแต่ด้านกว้าง diNovo Edge จะกว้างกว่าเพราะมีที่รองมือ ถ้าเทียบกับคีย์บอร์ดขนาดมาตรฐานก็ถือว่าเล็กกว่าอยู่ดีครับ

Logitech diNovo Edge

Logitech diNovo Edge

ความหนา หนาพอๆ กัน แต่บางกว่าหน่อย ส่วนน้ำหนัก หนักพอควรเนื่องจากวัสดุที่ใช้ทำตัวคีย์บอร์ดและแบตเตอรี่ลิเธียม ไอออนในตัว

Logitech diNovo Edge

ในขณะที่ด้านบนออกแบบดูสุขุม ด้านล่างก็ดูฉูดฉาดจี๊ดจ๊าดทีเดียว ด้านล่างจะใข้พลาสติกด้านสีส้มแปร๋น ด้านบนจะมีปุ่ม connect สำหรับจับคู่กับอุปกรณ์บลูทูธตัวอื่น ด้านล่างจะมีขั้วสำหรับชาร์จไฟเข้าตัวคีย์บอร์ดครับ

Logitech diNovo Edge

นอกจากตัวคีย์บอร์ดจะมีปุ่มยางเพื่อยกตัวคีย์บอร์ดแล้ว ยังมีขาตั้งสำหรับยกตัวคีย์บอร์ดขึ้นให้พิมพ์ได้ถนัดครับ

Logitech diNovo Edge

ปุ่มเปิดปิดสีส้มอยู่ทางด้านซ้ายครับ

Logitech diNovo Edge

ปุ่ม Windows Media Center (หรือจะให้ตั้งทำอย่างอื่นเองได้ผ่านโปรแกรม SetPoint), แถบเพิ่มลดเสียงแบบสัมผัส (แบบที่นิยมใส่ในคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคในปัจจุบัน และยังมีไฟวิ่งตามนิ่้วเราเวลาเลื่อนอีกด้วย), ปุ่มเงียบเสียง และทีเด็ดของคีย์บอร์ดตัวนี้ นั้ก็คือทัชแพดวงกลมตัวนี้นี้เอง

ซึ่งทัชแพดตัวนี้เราสามารถเลื่อนหน้าต่างขึ้นลงได้ โดยการกวาดนิ้วขึ้นหรือลงไปบนขอบมัชแพดโดยให้โดนติ่งเล็กๆ ด้านข้าง นอกจากนี้ยังเลื่อนหน้าต่างซ้ายขวาได้ดดยใช้วิธีคล้ายๆ กัน แต่เปลี่ยนเป็นติ่งด้านบนแทน และถ้าเราไม่ใช้ทัชแพดก็สามารถปิดได้ครับ

Logitech diNovo Edge

สำหรับปุ่มทางซ้ายประกอบไปด้วย ปุ่ม sleep (ตั้งได้อีกเช่นเคยว่าจะให้ Shut Down หรือ Hibernate ก็ได้), ชุดปุ่มซูม (สำหรับใช้กับเวบบราวเซอร์ หรือโปรแกรมอื่นที่รองรับ และปรับขนาดไอคอนใน explorer ) และปุ่มคลิกซ้าย ???

งงใช้ไหมครับ ผมคิดว่าปุ่มคลิกซ้ายนั้นใส่เอาไว้กรณีเราใช้มือขวาจับทัชแพดแล้วเราใช้มือซ้ายคลิกแทนครับ ผมลองดูแล้วก็สะดวกไปอีกแบบครับ

นอกจากปุ่มที่ว่ามานี้ หลายคนอาจจะถามว่าปุ่มอื่นๆ ที่ชาวบ้านเขามักใส่มามันหายไปไหนหมด คำตอบอยู่ที่ปุ่มสีส้มที่เขียนว่า Fn ครับ ซึ่งทำหน้าที่เดียวกันกับปุ่มนี้โน๊ตบุ๊คเลยครับ

เมื่อเรากดปุ่ม Fn ค้างไว้สัญลักษณ์สีส้มจะสว่างเหนือปุ่ม F1 – F12, ปุ่ม Insert, ปุ่ม Print Screen, ปุ่มคลิกซ้ายและคลืกขวาของทัชแพดครับ

โดยในชุด F1 – F4 จะเป็นปุ่มเรียกโปรแกรมสื่อสาร, เปิดหน้าเวบสำหรับค้นหา, โปรแกรมอีเมล และ เปิดหน้าเวบหน้าแรกที่ตั้งไว้ และถ้าเราไม่พอใจเราสามารถตั้งให้ทำอย่างอื่นเองได้ผ่านโปรแกรม SetPoint ครับ

ชุด F5 –F8 จะเป็นปุ่มควบคุมการเล่นไฟล์มีเดียต่างๆ ครับ มีไฟล์ก่อนหน้า, หยุด, เล่น/พักชั่วคราว และไฟล์ถัดไป

ส่วน F9 –F10 จะเป็นปุ่มฟังก์ชั่น A –D ให้เราไว้ตั้งเองได้ครับผ่านโปรแกรม SetPoint

นอกจากนี้ปุ่ม Insert จะเป็นปุ่ม Scroll Lock ส่วนปุ่ม Print Screen จะเป็นปุ่ม Pause/Break ครับ

ส่วนปุ่มคลิกซ้ายและคลิกขวาจะเป็นปุ่มปิดเปิดทัชแพดและแถบปรับระดับเสียงครับ

Setup

การติดตั้งก็เหมือนกับเราติดตั้งอุปกรณ์บลูทูธทั่วไปครับไม่ยากอะไร เปิดบลูทูธเครื่องคอมที่เราจะใช้ เปิดคีย์บอร์ดแล้วกดปุ่ม connect ข้างหลัง ไฟสัญญาณบลูทูธจะกระพริบ แล้วทำตามขั้นตอนของคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นได้เลย ตอนใส่ passkey ก็ให้กดปุ่มตัวเลขบนคีย์บอร์ดได้เลย พอเสร็จก็แล้วก็เคาะ Enter

ถ้าจะปรับแต่งค่าต่างๆ ของคีย์บอร์ดโดยละเอียดจะต้องลง Logitech SetPoint เสียก่อนครับ

Edit 26 8 2009 21:02

เนื่องจากคีย์บอร์ดตัวนี้ใช้การเชื่อมต่อแบบบลูทูธ เพราะฉะนั้นถ้าเครื่องที่ใช้ยังไม่เข้าวินโดวส์ก็จะยังใช้คีย์บอร์ดไม่ได้ครับ แต่ถ้าเราใช้ตัวรับสัญญาณบลูทูธที่ให้มาในกล่อง เราจะสามารถใช้คีย์บอร์ดได้ตั้งแต่ตอนเปิดเครื่องเลยครับ

Performance

ผมได้ใช้เจ้า diNovo Edge มาได้ 4 เดือนกว่าๆ ก็ขอสรุปเป็นเรื่องๆ ไปนะครับ

ตัวปุ่มทำได้ดีครับ ปุ่มนิ่ม แรงต้านน้อย เมื่อเทียบกับตัว Ultra-Flat Keyboard ถึงแม้ตัวปุ่มจะขนาดเท่ากันแต่กลไกนี้เทียบกันไม่คิด ตัว Ultra-Flat ปุ่มจะแข็งกว่า และเมื่อเทียบกับยอดคีย์บอร์ดที่เป็นปุ่มเล็กๆ เหมือนกันบน ThinkPad จะได้คนล่ะสัมผัสกันคือ diNovo Edge จะนิ่มแล้วลงไปสุดปุ่มเลย พอยกนิ้ว ปุ่มก็จะตามติดนิ้วเรามา ส่วน ThinkPad จะนิ่มแล้วค่อยๆ หยวบลงไป พอยกมันก็จะค่อยๆ เด้งกลับมาคงพอจะเห็นภาพนะครับ คือดีเหมือนกัน พิมพ์สบายเหมือนกัน แต่คนละฟีลกัน

ส่วนเลย์เอาท์แบบ US International แบบที่ปุ่ม Enter เป็นแบบนี้ ผมไม่ถนัด แรกๆ ไม่ชินพิมพ์ไทยนี้ผิดกระจาย หลังๆ เริ่มโอเคขึ้นอยู่ก็ยังมีผิดอยู่ดี ผมสงสัยว่าทำไมตัวแทนในไทยเราถึงเอารุ่นเลย์เอาท์แบบนี้มาขาย เพราะคีย์บอร์ดบ้านเราส่วนมากก็เป็นแบบบนฝากล่องทั้งนั้น แต่พอคิดในอีกแง่นึงอาจเป็นเพราะราคาค่าตัวเจ้านี้ค่อนข้างสูง ไม่คุ้มที่จะทำเลย์เอาท์ไทยก็เป็นได้

ส่วนปุ่ม Caplock นั้นเวลากดโดนจะมีเสียงขึ้นมา ซึ่งเสียงตอนเปิดกับปิดนั้นต่างกัน ผมว่าถ้าเพิ่มไฟ Caplock สักดวงก็น่าจะดีกว่ามั้ง แต่จริงๆ มันก็เห็นได้บนจอคอมนะครับถ้าเราลง SetPoint เอาไว้น่ะ แต่ตัวโตมากเลยปิดดีกว่า

ทัชแพดผมว่าเล็กไปสำหรับการใช้บนหน้าจอความละเอียดสูงๆ ผมเลยลองตั้งให้มันไวขึ้นก็พอช่วยได้ ส่วนการเลื่อนหน้าต่างนั้น ใช้แรกๆ ยังไม่ค่อยติด แต่ถ้าใช้จนคล่องแล้วจะเลื่อนหน้าได้ไวมาก นอกจากนี้เรายังสามารถเลื่อนนิ้วเราไปรอบๆ ขอบทัชแพดแบบเลื่อน click wheel บนตัว iPod เลยครับ

Logitech diNovo Edge: Logitech SetPoint

Logitech diNovo Edge: Logitech SetPoint

Logitech diNovo Edge: Logitech SetPoint

สำหรับการปรับแต่งนั้นทำได้โอเค ถึงแม้ฟังก์ชั่นที่ให้ปรับเปลี่ยนได้จะไม่เท่ากับโปรแกรมของ Microsoft ก็ตาม

ส่วนเรื่องการติดตั้ง อาจจะคลุกคลักบ้างเนื่องจากมันใช้บลุทูธ แต่ถ้ามันต่อติดนี้ไม่มีปัญหาเรื่องสัญญาณเลย จะยกตัวคีย์บอร์ดไปใช้อีกห้องก็ได้ แต่ยาวทีก็มีรวนๆ บ้างเหมือนกันถ้าเปิดทิ้งไว้หลายวัน แต่ก็แก้ได้โดยปิดแล้วเปิดคีย์บอร์ดใหม่ หรือปิดแล้วเปิดสัญญาณบลูทูธของคอมพิวเตอร์ใหม่

นอกจากนี้เจ้า diNovo Edge ยังไปใช้กับเจ้า Playstation 3 ได้อีกด้วย สะดวกมากเวลาเอาไปใช้เล่นเนตบน PS3 หรือควบคุม XMB ได้แต่ต้องจำคีย์ลัดของมันเอาไว้หน่อย

ส่วนเรื่องการดูแลรักษา ตัวผมเองเป็นคนเหงือออกง่าย เพราะฉะนั้นคีย์บอร์ดผมจึงเต็มไปด้วยรอยนิ้วมือ รอยมันต่างๆ โดยเฉพาะตรงแถบปรับระดับเสียง ซึ่งมันสามารถเช็ดได้โดยใช้ผ้าที่ให้มาเช็ดออก แต่มีข้อแม้ว่าห้ามเอาผ้าส่วนที่เช็ดแล้วไปเช็ดซ้ำอีก ไม่งั้นความมันมันจะกลับมาเหมือนเดิมครับ ผมว่าทำความสะอาดค่อนข้างยากเพราะต้องค่อยๆ เช็ดเก็บความมันไป แต่ยังดีที่ว่าผิว Plexiglas เป็นรอยค่อนข้างยากกว่าพลาสติกมันๆ ทั่วไป แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเอาผ้าอะไรมาเช็ดก็ได้นะ ! ถ้าคุณกลัวเลอะมาก แนะนำว่าอย่าแกะฟิล์มที่หุ้มเลย แต่ถ้าอยากสวยมันก็คงต้องแกะครับ

Conclusion

จากฟังก์ชั่นและดีไซน์ของมันรวมกัน ถ้าถามผมว่ามันยังเป็น World’s most advanced keyboard. ผมต้องถามคุณก่อนเลยว่าคุณจะเอาคีย์บอร์ดตัวนี้ไปทำอะไร ถ้าคุณเอาไปเล่นเกม ผมตอบว่าไม่ คุณเอาไปใช้ที่โต๊ะทำงาน ผมก็ตอบว่าไม่อีก

แต่ถ้าคุณบอกว่าจะเอาไปใช้ที่ห้องนั่งเล่น ใช้กับคอมพิวเตอร์ Media Center หรือใช้กับ Playstation 3 สำหรับฟังชั่นนอกเหนือจากการเล่นเกม ผมตอบแบบไม่ลังเลเลยว่า Logitech diNovo Edge is the most advanced keyboard in the World.  ครับ

More info

Logitech

Post in RE.V(iew)
Tags: , , ,

About AT1987

ผู้นิยมชมชอบในเรื่องของเทคโนโลยี งานดีไซน์ และ gadget ต่าง ๆ นอกจากนี้ยังเป็นแฟนการ์ตูน เกม และไอดอลจากญี่ปุ่นตัวยงอีกด้วย

3 thoughts on “รีวิว คีย์บอร์ด diNovo Edge จาก Logitech

  1. Pingback: รีวิว Logitech Illuminated Keyboard คีย์บอร์ดเรืองแสงได้ « RE.V –>

  2. kit

    ผมทำตัวรับสัญญาณ ของ diNovo Mini หายผมต้องซื้อใหม่ ที่ใหน หรือว่าซื้อบุลทูธตัวอื่นแทนได้หรือไม่

    Reply
    1. AT1987 Post author

      ถ้าจำไม่ผิด diNovo Mini จะเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth เหมือนกัน น่าจะใช้ตัวรับ Bluetooth แทนได้ครับ

      Reply

Leave a Reply