ลองฟังหูฟัง Sony XBA เมื่อ Sony เข้ามาตีตลาดหูทองจริง ๆ จัง ๆ

Inside Balanced Armature Driver

Sony Experience Balanced Armature

หูฟังโดยทั่ว ๆ ไปนั้น จะใช้ตัวขับแบบไดนามิคหรือบางครั้งก็เรียกว่าไดอะแฟรม ซึ่งการทำงานของมันก็จะคล้าย ๆ ไมโครโฟน แต่การทำงานจะกลับด้านกัน สำหรับหูฟังแบบสอดหูนั้น ในหูฟังที่ราคาสูงมักจะใช้ตัวขับแบบ Balanced Armature (BA) แทน ซึ่งข้อดีของตัวขับแบบ BA คือ

  • เล็ก และน้ำหนักเบา
  • ความละเอียดสูงกว่า
  • ความไวในการตอบสนองมากกว่า
  • สามารถกันเสียงเข้าและเก็บเสียงออกได้ดีกว่า

ตัวขับ Balanced Armature ของยี่ห้อทั่ว ๆ ไป (ในรูปเป็นของ UE)

รูปผ่าภายในของตัวขับ BA จาก Sony

สำหรับการทำงานของตัวขับ BA ของ Sony นั้น (ซึ่งก็จะคล้าย ๆ กับของเจ้าอื่น) คุณโกจิอธิบายด้วยโมเดลจำลองไว้ดังนี้

Sony Experience Balanced Armature

เริ่มต้นจากชิ้นส่วน Balanced Armature

Sony Experience Balanced Armature

ประกบกับ FPC เมื่อรับสัญญาณเสียงเข้ามา มันจะเหนี่ยวนำชิ้น Balance Armature

Sony Experience Balanced Armature

จากนั้นเราก็จะใส่แม่เหล็กถาวรเข้าไปอยู่ระหว่างขาของ BA โดยจากในโมเดลจำลอง ทิศเหนือจะอยู่ด้านบน ทิศใต้จะอยู่ด้านล่าง

Sony Experience Balanced Armature

ชิ้นต่อมาคือไดอะแฟรม เป็นส่วนที่จะไว้สร้างเสียง ทำจากสแตนเลส และพลาสติก PET (ที่ทำขวดน้ำใส ๆ)

Sony Experience Balanced Armature

เมื่อมีสัญญาณเสียงเข้ามา ตัวชิ้นส่วน Balanced Armature จะถูกเหนี่ยวนำ ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนส่งไปยังไดอะแฟรม

Sony Experience Balanced Armature

และเสียงก็จะออกมาจากช่อง air duct บนตัวขับนั้นเอง

Sony Experience Balanced Armature

สำหรับความพิเศษของตัวขับ BA ของ Sony คือ flat-type air duct construction และการจูนเสียงที่ตัวขับจนได้ตัวขับมา 4 ชนิด ได้แก่ Full Range, Woofer, Treble และ Super Woofer

จากการที่ผมพูดคุยกับทางวิศวกร พบว่าถึงแม้หน้าตาของตัวขับ BA ภายนอกจะดูคล้าย ๆ กันทั้งหมด แต่ก็จะไม่เหมือนกันซะทีเดียว อย่างเช่น ตัวขับ Woofer จะมีช่อง air duct ที่เล็กกว่าตัวขับ Full Range และมีการจูนเสียงภายในที่แตกต่างกัน

สำหรับตัว housing ที่จะมาประกอบเป็นตัวหูฟังนั้น ทาง Sony เลือกที่จะทำเป็นสองชั้น โดยชั้นแรกคือชั้นที่บรรจุตัวขับไว้ ซึ่งจะใช้วัสดุที่แข็ง เพื่อให้เสียงที่ผ่านไปนั้นราบลื่นที่สุด โดยใช้ Liquid Crystal Polymer ในรุ่นล่าง และแมกนีเซียมในรุ่นสูง ๆ ที่เหลือ ส่วนชั้นที่สองคือส่วนที่จะไปยังหูของเรา Sony จะใช้ ABS ที่มีคุณสมบัติในการดูดซับแรงสั่นสะเทือน เพื่อป้องกันการสั่นของตัวขับไปรบกวนเสียง จนเกิดสิ่งที่เรียกว่า microphonic นั้นเอง

ตอนที่คุยกันเรื่อง housing ผมเลยสงสัยเรื่องการผสมเสียงของตัวขับแต่ละตัวในหูฟังรุ่นที่มีตัวขับหลายตัว ซึ่งคุณโกจิก็ใจดีวาดรูปอธิบายให้ดู (แต่ถ่ายรูปและเขียนเนื้อหาส่วนนี้บางส่วนไม่ได้ เพราะแกอาจจะโดนไล่ออก และผมอาจถูกฟ้องได้ เนื่องจากแกอธิบายลึกและวาด engineering drawing ให้ดูเลย) แกอธิบายว่าของ Sony จะใช้การผสมเสียงในตัวหูฟังเลย ไม่มีความจำเป็นต้องแยกช่องทางเดินเสียงของแต่ละตัวขับไปที่หูเหมือนหูฟังยี่ห้ออื่นบางรุ่น เพราะสุดท้ายเสียงของทุกตัวขับมันก็ไปผสมที่หูอยู่ดี

ข้อสังเกตอย่างหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องการใช้ตัวขับหลาย ๆ ตัว คือ Sony วันนี้ไม่มีการพูดถึงเรื่องวงจร cross over หรือวงจรที่ทำหน้าที่แบ่งเสียงที่เข้ามาไปให้ตัวขับที่รับหน้าที่ขับสัญญาณในช่วงความถี่นั้นไปขับ ซึ่งตอนที่คุณโกจิอธิบายเรื่องของการผสมเสียงจากตัวขับนั้น ตัวขับ Full Range จะเป็นตัวขับหลัก แล้วจะมีพวกตัวขับพิเศษ เช่น Woofer หรือ Treble ขับเสียงความถี่ต่ำหรือสูงเข้ามารวมกับเสียงจากตัวขับหลักที่ต้องรับผิดชอบขับสัญญาณทุกช่วงความถี่ ทำให้เสียงช่วงความถี่ต่ำหรือสูงดีขึ้น

สำหรับการป้องกันเสียงเข้าและออกนั้น ทาง Sony ใช้วิธีการซีลตัวหูฟัง ตรงนี้ก็เหมือนกับยี่ห้ออื่นอยู่แล้ว อีกส่วนก็คือตัวจุกหูฟังแบบ Hybrid ซึ่งช่วยให้การซีลป้องกันเสียงดีขึ้น โดยสามารถกันเสียงเข้าได้ถึง 70% และกันเสียงออกได้ถึง 20 dB

สำหรับรุ่นสำหรับการออกกำลังกายนั้น จะมีการทำให้โครงสร้าง housing แข็งแรงขึ้น และกันน้ำ สามารถไปใส่วิ่งกลางพายุฝนได้ถ้าต้องการ

ต่อไป เราไปลองฟังตัวหูฟังในซีรีย์ XBA กัน

3 thoughts on “ลองฟังหูฟัง Sony XBA เมื่อ Sony เข้ามาตีตลาดหูทองจริง ๆ จัง ๆ

  1. Pingback: รีวิว หูฟัง Sony XBA-1 สามัญชนก็ลิ้มลองรสเทพได้

  2. Pingback: ลองจับ WALKMAN ZX1 และหูฟัง XBA-H3 ในงานเปิดตัวสินค้า Hi-Res Audio ของ Sony

  3. Pingback: รีวิว หูฟัง Sony XBA-Z5 สัมผัสบรรยากาศของเสียงดนตรีในหูฟังแบบ In-ear | RE.V –>

Leave a Reply