รีวิว Sony Handycam FDR-AXP55 กล้องถ่ายวิดีโอระดับ 4K

Set Up

Sony FDR-AXP55 - System Software Updater

เนื่องจากทาง Sony ได้มีการปล่อยอัพเดทซอฟต์แวร์ของ FDR-AXP55 เป็นเวอร์ชั่น 1.02 ซึ่งจะปรับปรุงการทำงานของตัวกล้องเมื่อใช้งานร่วมกับขาตั้งกล้อง โดยเราสามารถเช็คเวอร์ชั่นของกล้องจาก Version ในเมนู Setup หากต่ำกว่าก็ให้โหลดตัวอัพเดทได้จากเว็บของ Sony Thai แล้วทำตามขั้นตอนที่ระบุไว้

Sony FDR-AXP55

ส่วนการเริ่มใช้งานตัวกล้อง เมื่อเปิดกล้องขึ้นมาครั้งแรก ซอฟต์แวร์กล้องก็จะให้เราตั้งวันที่และเวลาของตัวกล้องก่อน และเมื่อตอนเราจะเริ่มถ่าย ก็จะต้องเลือกรูปแบบการบันทึกภาพจากเมนู Image Quality/Size และเลือกหน่วยความจำที่จะใช้ในการบันทึกภาพลงไปตรงเมนู Setup เสียก่อน

พอตั้งค่าข้างต้นและค่าเกี่ยวกับการบันทึกภาพอื่น ๆ เสร็จ ก็กดปุ่ม Record เพื่อเริ่มการบันทึกภาพได้

Sony FDR-AXP55

ส่วนการใช้สมาร์ทโฟนควบคุมตัวกล้อง ก่อนใช้งานจะต้องไปโหมดแอพ PlayMemories Mobile จาก Google Play Store หรือ Apple App Store เสียก่อน จากนั้นก็มาเปิดใช้งานความสามารถนี้ตรง Ctrl with Smartphone ในเมนู Wireless จะปรากฏ SSID และรหัสผ่านของ WLAN ของตัวกล้องที่ต้องใช้สมาร์ทโฟนมาเชื่อมต่อ

Sony FDR-AXP55 - PlayMemories Mobile

จากนั้นที่สมาร์ทโฟน ก็ให้เปิดแอพ PlayMemories Mobile ขึ้นมา แล้วทำตามขั้นตอน ส่วนถ้าใครใช้สมาร์ทโฟน Android ที่มี NFC ก็แค่เปิด NFC แล้วเอาไปแตะตรงเสา NFC ของกล้อง แล้วรอให้แอพเชื่อมต่อกับกล้องเองได้เลยแบบอัตโนมัติ

Sony Catalyst Browse

ในส่วนของซอฟต์แวร์บนคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการจัดการวิดีโอนั้น ก็ยังคงเป็นซอฟต์แวร์ PlayMemories Home เช่นเดียวกับกล้องของ Sony ตัวอื่น ๆ ซึ่งเมื่อเราลงโปรแกรมแล้วเสียบ AXP55 ผ่านสาย USB แล้ว ตัวโปรแกรมจะปลดล็อคความสามารถเกี่ยวกับวิดีโอ เช่น การนำเข้า การตัดต่อ การแปลงไฟล์ ฯลฯ ให้ ส่วนผู้ใช้ในระดับมืออาชีพที่ต้องการแปลงไฟล์เพื่อไปใช้การโปรแกรมตัดต่อ ก็สามารถใช้โปรแกรม Catalyst Browse ของ Sony Creative Software ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีเช่นกัน

Performance

Sony FDR-AXP55

การใช้งาน FDR-AXP55 ของผมนั้น ปกติแล้วมักจะใช้บันทึกการนำเสนอ การสาธิต และการฝึกอบรมของที่ทำงาน ซึ่งตอนที่ได้กล้องตัวนี้มา ผมก็ตั้งใจที่จะถ่ายภาพที่ความละเอียด 4K แล้วคร๊อปส่วนสไลด์นำเสนอและส่วนผู้พูด แล้วนำมาตัดต่อเป็นวิดีโอที่ความละเอียด Full HD เพราะฉะนั้นผมก็จะขอพูดความสามารถของกล้องในส่วนที่ได้ใช้งานบ่อย ๆ นะครับ

เริ่มต้นจากการจับถือตัวกล้อง AXP55 ยังคงทำจุดนี้ได้ดีเหมือน Handycam ที่มีรูปทรงแบบนี้ การจัดวางปุ่มทำได้พอดีกับการวางมือ ไม่ต้องเอื้อมนิ้วไปกดปุ่ม ถึงแม้ว่าตัวกล้องจะมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ก็ตาม อย่างไรก็ตามด้วยความที่น้ำหนักของกล้องรวมแบตเตอรี่ค่อนข้างเยอะ คือประมาณ 5 ขีดเกือบ ๆ 6 ขีด ก็ทำให้รู้สึกเมื่อยเมื่อต้องถือกล้องมือเดียวนาน ๆ อยู่เช่นกัน

การทำงานต่าง ๆ ของกล้องนั้นจัดว่ารวดเร็ว ระบบโฟกัสอัตโนมัติแม่นยำและเร็วกว่า Handycam ตัวเดิมที่ผมใช้งานอยู่แบบสังเกตได้ แต่ก็ถ้ามีการเคลื่อนไหวกล้องไปมาเร็ว ๆ หรือเป็นที่แสงน้อย กล้องก็ยังคงต้องใช้เวลานานขึ้นในการโฟกัสภาพอยู่ ส่วนการปรับค่า manual ด้วยวงแหวนหน้าเลนส์นั้น ผมคิดว่าตัวแหวนค่อนข้างหนืด ทำให้ปรับค่าที่ต้องการความละเอียดได้ดีขึ้นกว่าปุ่มหมุน manual ที่เจอใน Handycam รุ่นก่อนหน้า แต่ในการปรับค่าบางอย่างที่ต้องการความรวดเร็ว ก็ยังทำจุดนี้ได้ไม่ดีเท่าไร ส่วนการปรับค่า manual ผ่านหน้าจอนั้น ตัวซอฟต์แวร์ยังใช้ส่วนติดต่อผู้ใช้แบบเก่า คือให้กดปุ่มเสมือนเพิ่ม – ลด แทนที่จะสามารถลากตัวเลื่อนไปมาได้ ก็ทำให้รู้สึกเสียดายจอสัมผัส capacitive อยู่เหมือนกัน

สำหรับระบบป้องกันภาพสั่นสะเทือน SteadyShot ก็ยังคงทำได้ดีสมชื่อ Sony โดยเฉพาะในโหมด Active ที่ชุด BOSS จะเคลื่อนไหวเพื่อชดเชยการสั่นสะเทือนจากภายนอก ทำให้ภาพดูนิ่งกว่าโหมด Standard ที่ออกแบบมาสำหรับการถ่ายมุมกว้าง ซึ่งเอาเข้าจริง ผมก็ยังรู้สึกว่าภาพมีอาการสั่นเวลาถือด้วยมืออยู่บ้าง ส่วนโหมด Intelligent Active นั้น ผมเองไม่มีโอกาสได้ใช้งานจริงจัง เพราะจะสามารถใช้งานได้เฉพาะการบันทึกวิดีโอในรูปแบบ HD เท่านั้น แต่เท่าที่ลองใช้คร่าว ๆ ก็พบว่าภาพดูนิ่งกว่าโหมด Active แต่แลกมาด้วยว่าภาพจะโดนคร๊อปหายไปบางส่วน

ข้อควรระวังอีกอย่าง คือเมื่อเราเปิดใช้งาน SteadyShot โหมด Active และ Intelligent Active ตัวกล้องจะเปิดใช้งานระบบ Clear Image Zoom ซึ่งเป็นระบบซูมแบบดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยี By Pixel Super Resolution Technology ทำให้กล้องมีกำลังซูมเพิ่มขึ้นเป็น 30 เท่าในโหมด Active และ 40 เท่าในโหมด Intelligent Active ให้เองโดยอัตโนมัติ และไม่สามารถปิดได้ ซึ่งส่วนตัวผมคิดว่าผลลัพธ์ที่ได้ในบางสถานการณ์ก็ถือว่าทำออกมาได้ดี แต่ในบางสถานการณ์เมื่อขยายภาพที่ 100% ก็จะเห็น artifact ในภาพดังกล่าว ทำให้ไม่สามารถใช้ภาพที่ 100% ได้

Sony FDR-AXP55 - sample

XAVC S 4K 60 Mbps, Auto Exposure, F2, 1/50, Master Gain 3 dB

ส่วนคุณภาพของภาพที่ถ่ายได้จาก AXP55 ถ้าเทียบการถ่ายที่ความละเอียด Full HD กับ PJ820E ที่ผมใช้มาก่อนหน้า ผมคิดว่าภาพของ AXP55 นั้นมีสีสันที่จัดจ้านและคมกว่า ส่วนที่ความละเอียด 4K นั้น ตอนผมดูวิดีโอตอนตัดต่อด้วยจอความละเอียด Full HD ก็รู้สึกว่าภาพมันดูยิ่งคมมากขึ้น แต่พอมาขยายดูที่ 100% ก็รู้สึกว่าภาพนั้นคมแบบพอดี ๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อผมนำเอาไฟล์วิดีโอ 4K ที่ยังไม่ได้ตัดต่อไปดูบนทีวี 4K อย่าง Bravia X8500C ที่ปิดตัวประมวลผลต่าง ๆ ไปแล้ว ก็รู้สึกว่าภาพที่ได้นั้นดูตื่นตาตื่นใจอยู่เดียว ส่วนวิดีโอที่ผมตัดต่อไปแล้วเป็นความละเอียด Full HD แล้วก็ยังให้ภาพที่ดูดีกับหน้าจอแบบ Full HD และ 4K อยู่

สำหรับ Bit rate ในการบันทึกวิดีโอแบบ 4K นั้น ถ้าเป็นลักษณะการใช้งานของผมในปัจจุบัน ที่ถ่ายคนที่อยู่กับที่นิ่ง ๆ ผมคิดว่า 60 Mbps นี้ถือว่าพอเพียงแล้ว ผมยังไม่เห็นความแตกต่างแบบชัดเจนเมื่อถ่ายด้วย 100 Mbps เท่าไร แถมยังเปลืองพื้นที่บันทึกไฟล์ด้วย เวลาที่ผมต้องบันทึกภาพแบบ 4K นั้น ผมจะต้องเอาไฟล์ออกจาก SD Card ขนาด 64 GB และหน่วยความจำกล้อง ขนาด 64 GB เมื่อถ่ายงานที่ 60 Mbps ไปได้ครึ่งวันทุกครั้ง ถ้างานไหนไม่สำคัญมาก ผมก็จะถ่ายเป็น AVCHD แทน เพื่อประหยัดพื้นที่จัดเก็บไฟล์ ซึ่งแค่หน่วยความจำในเครื่องก็เพียงพอต่อการถ่ายงานตั้งแต่เช้าถึงเย็นแล้ว

อย่างไรก็ตาม ผมพบว่าภาพที่ได้จะมีน๊อยส์รบกวนค่อนข้างมาก เมื่อตัวกล้องเร่ง gain (เทียบได้กับ ISO ของกล้องภาพนิ่ง) ขึ้นไปมากในสภาพแสงน้อย น๊อยส์ที่ลักษณะคล้ายเกรนฟิล์มนั้นจะไปลดความละเอียดของภาพที่ถ่ายได้ ทำให้ภาพดูซอฟต์ลงมากขึ้น ซึ่งในกรณีที่ถ่ายวิดีโอเป็น 4K แล้วไม่คร๊อปภาพ ก็ยังถือว่าพอรับได้ แต่ถ้าเอาไปใช้คร๊อปภาพเป็น Full HD ก็อาจจะต้องปรับความคมหรือลบน๊อยส์ออกไป ให้ภาพดูดีขึ้น

คำแนะนำเพื่อไม่ให้กล้องใช้ gain ที่สูงคือใช้ขาตั้งกล้อง และกำหนดค่า AGC Limit เอง ซึ่งค่าที่แนะนำในสภาพแสงมากจะอยู่ที่ 0 – 3 dB ส่วนแสงน้อยจะอยู่ที่ 6 – 9 dB แต่ถ้าหากจะต้องมีการซูมภาพซึ่งจะทำให้ค่ารูรับแสงสูงสุดเปลี่ยนหรือต้องใช้มือถือกล้อง การตั้งค่าที่ 12 – 18 dB ก็ยังให้น๊อยส์ที่ยังดูดีกับการดูวิดีโอสำเร็จบนหน้าจอทีวีขนาดใหญ่อยู่

ส่วนเรื่องเสียงที่บันทึกมาด้วยไมโครโฟนบนกล้อง การทำงานก็ถือว่าดีทีเดียว คือสามารถบันทึกเสียงเล็กเสียงน้อยรอบ ๆ บริเวณกล้องได้เป็นอย่างดี โดยปราศจากเสียงน๊อยส์รบกวน หากต้องการจะบันทึกเสียงผู้พูดที่อยู่ข้างหน้า ก็สามารถตั้งค่าให้ไมค์เป็นแบบซูมเพื่อรับเสียงด้านหน้าอย่างเดียวได้ ซึ่งเสียงที่ได้จะค่อนข้างเบากว่าปกติ แต่ก็แลกกับว่าเสียงรอบ ๆ กล้องลดลงไปมาก ส่วนความสามารถ My Voice Canceling นั้น ผมคิดว่าถ้าคนถ่ายพูดเสียงดังปกติหรือดังมาก ๆ มันก็พอจะลดเสียงลงไปได้บ้าง แต่ไม่ถึงขนาดว่าเงียบหายไปเลย

Sony FDR-AXP55 - PlayMemories Mobile

ส่วนการใช้งานความสามารถที่เกี่ยวข้องกับ WLAN ของกล้อง ผมได้ใช้งานความสามารถ Ctrl with Smartphone ผ่านแอพ PlayMemories Mobile ซึ่งการติดตั้งและใช้งานก็ไม่มีปัญหาติดขัดอะไร แต่ตัวแอพไม่สามารถควบคุมการทำงานของกล้องได้ละเอียดเหมือนฝั่งกล้อง RX หรือ Alpha เลย คือสามารถสั่งบันทึก ปรับซูม แตะจุดโฟกัส และเปลี่ยนโหมดระหว่างบันทึกวิดีโอหรือภาพนิ่งได้เท่านั้น

ผมเข้าใจว่านอกจาก AXP55 แลัว กล้องในกลุ่ม Handycam ส่วนมาก เวลาควบคุมผ่านแอพ PlayMemories Mobile ก็จะปรับได้แค่นี้เหมือนกัน ซึ่งผมเองก็เสียดายความสามารถในการตั้งค่า manual ของกล้องนะ คือแอพมันควรจะทำได้มากกว่านี้ หรืออย่างน้อยก็ควรเปิดโอกาสให้สามารถปรับค่า manual ที่ตัวกล้องร่วมกับตัวแอพด้วยก็ยังดี

Sony FDR-AXP55

ส่วนอีกความสามารถอย่าง Multi Camera Control ผมลองเอาไปต่อกับ HDR-PJ820E ตัวเก่าดู ก็พบว่าสามารถใช้งานได้ดี แต่ก็ติดเรื่องการปรับตั้งค่าในกล้อง ที่มีข้อจำกัดเดียวกับความสามารถ Ctrl with Smartphone

ผมเองได้เช็คข้อมูลในคู่มือดู พบว่าถ้าเป็นตัวกล้องที่รองรับความสามารถนี้โดยตรง (ซึ่งดูจากการโฆษณากล้องรุ่นนี้ ผมคิดว่าน่าจะเป็นกล้องตระกูล Action Cam) จะมีค่าที่สามารถตั้งได้มากกว่านี้

Sony FDR-AXP55

ส่วนโปรเจกเตอร์ที่ติดมากับกล้อง เท่าที่ผมลองใช้ดู คุณภาพก็ถือว่าพอเอาไว้เปิดดูวิดีโอในกล้องให้คนอื่น 2 – 3 คนดู หรือเอาไว้ใช้เป็นโปรเจกเตอร์พกพายามฉุกเฉินได้ ขนาดภาพที่ถ่ายแล้วยังดูสวย จะอยู่แถว ๆ ประมาณจอทีวี 40 – 50 นิ้ว ถ้าเกินกว่านั้น ผมรู้สึกว่าสีและความคมชัดจะลดลงไปมาก โดยเฉพาะถ้าใช้งานในห้องที่ไม่ได้มีการคุมแสงสว่าง แต่ส่วนตัวผมไม่ซีเรียสกับคุณภาพของมันมาก เพราะเน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานมากกว่า

สำหรับระยะเวลาการใช้งานต่อการชาร์จแบตเตอรี่ 1 ครั้ง ในคู่มือระบุเอาไว้ว่าตัวกล้องสามารถถ่ายวิดีโอที่ XAVC S 4K ที่ 60 Mbps พร้อมเปิดหน้าจอสัมผัส แบบต่อเนื่องได้นาน 150 นาที ด้วยแบตเตอรี่ NP-FV70 ที่ให้มา ซึ่งตอนใช้งานจริงตัวกล้องจะรายงานระยะเวลาที่ใช้งานคร่าว ๆ ไว้ที่มุมขวามือข้างไอคอนแบตเตอรี่ โดยระยะเวลานี้จะเปลี่ยนไปตามรูปแบบการบันทึกที่ตั้งค่าไว้ ผมคิดว่าตัวเลขนี้ค่อนข้างใกล้เคียงกับระยะเวลาการใช้งานจริงมาก อย่างเวลาผมถ่ายวิดีโอแบบ 4K ที่ 60 Mbps ก็จะได้สามารถถ่ายได้นานประมาณ 2 ชม. นิดหน่อย ถ้างานที่ถ่ายนานกว่านี้ ผมก็จะใช้ที่ชาร์จเสียบไว้ไปเลย

ส่วนระยะเวลาการชาร์จไฟกลับ ในคู่มือระบุเอาไว้ว่าถ้าใช้ที่ชาร์จ จะใช้เวลาชาร์จแบตเตอรี่ NP-FV70 นาน 205 นาที ซึ่งระยะเวลาชาร์จจริงของผมก็จะอยู่ประมาณ 3 ชม. กว่า ๆ ส่วนการชาร์จผ่านพอร์ต USB ก็ยังคงสามารถทำได้ แต่ต้องใช้เวลานานเป็น 2 เท่า

สำหรับปัญหาในการใช้งานอื่น ๆ นอกนเหนือจากที่เขียนไว้ข้างบน ผมไม่เจออะไรเป็นพิเศษ นอกจากตัวกล้องจะมีค่อนข้างอุ่นเมื่อใช้บันทึกภาพเป็นแบบ 4K แต่อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นมาก็ไม่ได้กระทบการทำงานใด ๆ ของตัวกล้อง ซึ่งแตกต่างจากการใช้สมาร์ทโฟนหรือกล้องภาพนิ่งที่มีเซนเซอร์ขนาดใหญ่ในการบันทึกวิดีโอ ที่เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นก็มีผลต่อคุณภาพของภาพและการทำงานของเครื่อง อย่างไรก็ตามในคู่มือได้เตือนเรื่องการใช้งาน Time-lapse Capture เป็นระยะเวลานานมากเกินไป อาจทำให้เกิดความเสียหายกับตัวกล้องได้

Conclusion

จากการใช้งาน FDR-AXP55 มาประมาณครึ่งปี ผมคิดว่าตัวกล้องนั้นสามารถทำงานตามความสามารถของมันได้เป็นอย่างดี ไม่ค่อยมีปัญหาจุกจิก และคุณภาพของภาพที่ได้ก็จัดว่าดีทีเดียว ส่วนจุดที่ผมคิดว่าน่าจะปรับปรุงก็คือการควบคุมกล้องผ่าน WLAN ที่ควรจะเปิดให้สามารถตั้งค่าของตัวกล้องได้มากกว่านี้

สำหรับคนที่กำลังมองหากล้องวิดีโอแบบ 4K ที่ให้คุณภาพของภาพที่ดี มีเลนส์ช่วงซูมได้เยอะ สำหรับงานถ่ายทำต่อเนื่องที่มีระยะเวลานาน โดยไม่ได้กังวลเรื่องหน้าชัดหลังเบลอ ผมคิดว่า FDR-AXP55 ก็จัดเป็นเลือกที่น่าสนใจตัวหนึ่งครับ

Like

  • งานผลิตและประกอบดูแข็งแรง แน่นหนา
  • หน้าจอสัมผัสแบบ capacitive ให้สีสันสดใส
  • ความสามารถควบคุมผ่าน WLAN ที่ตั้งค่าง่ายและใช้งานได้จริง
  • โหมด SteadyShot แบบ Active ที่ลดการสั่นไหวของภาพได้มาก
  • คุณภาพของวิดีโอดี ตัวภาพยังคงความคมไว้เมื่อคร๊อปภาพแบบ Full HD ไปใช้งาน

Don’t like

  • ส่วนติดต่อผู้ใช้ยังไม่ใช้ประโยชน์ของจอสัมผัส capacitive อย่างเต็มที่
  • ค่าที่สามารถตั้งได้ขณะควบคุมด้วย WLAN ยังจำกัดเฉพาะการทำงานพื้นฐาน
  • โหมด Clear Image Zoom ที่เปิดขึ้นมาเองกับ SteadyShot และไม่สามารถปิดแยกกันกับ SteadyShot ได้

More info

Sony

Post in RE.V(iew)
Tags: , , , ,

About AT1987

ผู้นิยมชมชอบในเรื่องของเทคโนโลยี งานดีไซน์ และ gadget ต่าง ๆ นอกจากนี้ยังเป็นแฟนการ์ตูน เกม และไอดอลจากญี่ปุ่นตัวยงอีกด้วย

2 thoughts on “รีวิว Sony Handycam FDR-AXP55 กล้องถ่ายวิดีโอระดับ 4K

  1. SUPERTOMMO

    พอจะบอกราคาได้ไหมครับ ผมอยากซื้อกล้องวิดีโอยู่พอดี แต่ไม่รู้ว่าควรเล่นแบบเปลี่ยนเลนส์ได้ดีกว่าไหม สนใจ พวก A7II หรือดูๆ Blackmagic ด้วย แต่จริงๆแล้วตัดต่อไม่เคยเก่ง แล้วก็ยังไม่เคยทำ grading สีเลย เลยไม่รู้ว่าตัวหลังมันจะยากเกินไปหรือเปล่า
    ขอบคุณครับ

    Reply
    1. AT1987 Post author

      ตามความคิดผม กล้องทื่เปลี่ยนเลนส์ได้ น่าจะเหมาะกับงานที่อาศัยประโยชน์ของกล้องดังกล่าวคือ ขนาดเซนเซอร์ที่ใหญ๋ เลนส์ที่มีให้เลือกหลากหลาย เช่น ทางเอาหน้าชัดหลังเบลอ ถ่ายโบเกต์สวย ๆ ทำหนังสั้น ฯลฯ ซึ่งกล้อง Handycam หรือแม้กระทั่ง XDCAM ตัวล่าง ๆ มันไม่ตอบโจทย์ดังกล่าวครับ อย่าง Black Magic (ผมเข้าใจว่าตัว Pocket Camera) ก็จัดอยู่ในหมวดนี้ครับ

      ส่วนเรื่อง Grading ถ้ามองให้ง่ายมันก็คือการปรับโทนสีของวิดีโอที่ถ่ายมาครับ แต่มันจะมายากตรงเรื่องระบบ Log ที่เราต้องทำงานด้วยนี่ล่ะครับ

      Reply

Leave a Reply