ลองฟัง หูฟังตัดเสียงรบกวนตระกูล 1000X ของ Sony

Sony 1000X Series Headphones Hands-on

ในงานเปิดตัวเครื่องเสียงของ Sony ที่เพิ่งผ่านไป นอกจากที่ RE.V-> จะได้ลองฟังเสียง Walkman ZX300 แล้ว ยังได้มีโอกาสทดลองฟังหูฟังตัดเสียงรบกวนแบบไร้สายรุ่นต่าง ๆ ที่อยู่ในตระกูล 1000X อีกด้วย

ถ้าใครตามข่าวเปิดตัวตอนงาน IFA จะทราบว่า หูฟังตระกูล 1000X นั้น เป็นการต่อยอดจากหูฟัง MDR-1000X ที่เปิดตัวในปีที่แล้ว ซึ่งมีจุดเด่นตรง SENSE Engine ที่ปรับแต่งระบบตัดเสียงรบกวนให้เข้ากับผู้ใช้ โดยในปีนี้ทาง Sony ได้เพิ่มความสามารถ Adaptive Sound Control ที่ปรับแต่งการทำงานของหูฟังตามลักษณะกิจกรรมที่ผู้ใช้ทำอยู่ในขณะนั้น และการปรับแต่งการทำงานของหูฟังผ่านแอพ Sony | Headphones Connect

Sony WH-1000X Hands-on

หูฟังในตระกูล 1000X ประกอบไปด้วยพี่ใหญ่ WH-1000XM2 หรือก็คือภาคต่อของ MDR-1000X นั่นเอง ซึ่งทาง Sony ได้เปลี่ยนวิธีการตั้งรหัสสินค้าใหม่ จาก MDR ที่ย่อมาจาก Micro Dynamic Receiver ที่ใช้มาตั้งแต่สมัยหูฟัง MDR-3 มาเป็น WH หรือ Wireless Headphones แทน

รูปทรงและรายละเอียดทางเทคนิคของ WH-1000XM2 ก็ยังคงเหมือน MDR-1000X เดิม ทั้งภาคขยาย S-Master HX, NC Optimizer, Ambient Sound Mode, Quick Attention รองรับมาตรฐาน Hi-Res Audio แต่เพิ่มความสามารถใหม่ข้างต้น รวมทั้ง Atmospheric Pressure Optimizer ที่ช่วยปรับการทำงานของระบบตัดเสียงรบกวนให้เหมาะสมกับความดันอากาศในขณะนั้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องเดินทางด้วยเครื่องบิน

Sony WI-1000X Hands-on

ต่อมาเป็นตัวน้องรอง WI-1000X ที่มาในรูปทรงหูฟังสอดหูไร้สาย ซึ่งประกอบไปด้วยส่วนของที่คล้องคอ ซึ่งประกอบไปด้วยทั้งวงจร ปุ่มควมคุมต่าง ๆ และแบตเตอรี่ และส่วนตัวหูฟังแบบสอดหูที่เป็นสายโยงออกมา

Sony WI-1000X Hands-on

ส่วนของหูฟังประกอบไปด้วยชุดตัวขับไดนามิคขนาด 9 มม. และตัวขับ Balanced Armature แบบเดียวกับที่ใช้ใน XBA-N1 และ XBA-N3 ส่วนไมโครโฟนรับเสียงนั้น จะมีทั้งไมค์ Feed Forward และ Feedback เช่นเดียวกับรุ่นพี่

ในแง่ความสามารถนั้น WI-1000X มีความสามารถเหมือนกับ WH-1000XM2 เพียงแต่จะไม่มีตัว NC Optimizer เท่านั้น นอกจากนี้ตัวที่คล้องคอยังสามารถตั้งค่าให้สั่นเตือนเวลาโทรศัพท์เข้ามาได้ด้วย

Sony WF-1000X Hands-on

สุดท้ายคือน้องเล็ก WF-1000X ซึ่งเป็นหูฟังที่ไร้สายอย่างสมบูรณ์ (Wire Free) ภายในใช้ชุดตัวขับแบบไดนามิคขนาด 6 มม. แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานนาน 3 ชม. แต่เมื่อรวมกับแบตเตอรี่ในกล่องเก็บที่สามารถชาร์จตัวหูฟังได้ จะมีอายุการใช้งานรวม 9 ชม.

ด้วยความที่ตัวหูฟังมีขนาดเล็ก เลยทำให้ความสามารถในการปรับแต่งหูฟังน้อยกว่าพี่ ๆ ทั้ง 2 ตัว โดย WF-1000X จะมีความสามารถ Adaptive Sound Control ที่ปรับแต่งได้น้อยกว่า และ Equalizer แบบ 5 ย่านความถี่เท่านั้น

Sony | Headphones Connect

สำหรับการปรับแต่งหูฟังด้วยแอพ Sony | Headphones Connect นั้น เมื่อเราเชื่อมต่อหูฟังผ่าน Bluetooth แล้ว สถานะของตัวหูฟังและเมนูตั้งค่าต่าง ๆ ปรากฏขึ้นมาในแอพ ซึ่งเมนูการตั้งค่าจะมีมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับรุ่นหูฟังที่เราเชื่อมต่อด้วย

Sony | Headphones Connect Adaptive Sound Control

เมนูตั้งค่าที่เจอตัวแรกคือ Adaptive Sound Control ที่เปิดโอกาสให้เราตั้งค่า Ambient Sound Mode สำหรับกิจกรรมต่าง ๆ 4 รูปแบบคือ อยู่กับที่, เดิน, วิ่ง และโดยสารยานพาหนะ เช่น เวลาอยู่กับที่ก็ให้ปิดเสียงจากภายนอกทั้งหมด เวลาเดินหรือวิ่งก็ให้ได้ยินเสียงรอบข้างเพื่อความปลอดภัย หรือจะเลือกฟังเฉพาะเสียงพูด เพื่อฟังประกาศขณะโดยสารเป็นต้น ซึ่งก่อนใช้งาน แอพจะขออนุญาตการเข้าถึงตำแหน่งของโทรศัพท์ก่อน เพราะความสามารถนี้ต้องใช้โทรศัพท์ของเราในการเช็คว่าเรากำลังทำกิจกรรมอะไรอยู่

Sony | Headphones Connect Noise Canceling Optimizer

ต่อมาเป็นเมนูที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อน ก็คือ Noise Canceling Optimizer เพื่อปรับการทำงานของระบบตัดเสียงรบกวนโดยอัตโนมัติ ซึ่งเมื่อเราเลือก Start แล้ว หูฟังจะตรวจลักษณะการสวมใส่หูฟังด้วยการปล่อยสัญญาณเสียงออกมา (เฉพาะ WH-1000XM2) จากนั้นก็จะทำการวัดความดันของสภาพแวดล้อม ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ใช้ระยะเวลาไม่ถึงนาทีก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว

Sony | Headphones Connect Sound Position Control

ส่วนการตั้งค่าที่เหลือก็จะเป็นการปรับแต่งเสียง เช่น Sound Position Control สำหรับแพนเสียงไปยังตำแหน่งต่าง ๆ VPT จำลองเสียงรอบทิศทาง Equalizer 5 ย่านความถี่พร้อม Clear Bass และ DSEE HX สำหรับปรับคุณภาพเสียงความละเอียดปกติให้เทียบเท่าเสียงความละเอียดสูง

อย่างไรก็ตาม การปรับแต่งเสียงดังกล่าวจำเป็นที่จะต้องตั้งค่ารูปแบบการเชื่อมต่อเป็นแบบ Priority on Stable Connection เท่านั้น ซึ่งถ้ายึดตามสินค้า Sony ก่อนหน้า ก็หมายความว่า LDAC จะไม่สามารถส่งสัญญาณเสียงในรูปแบบความละเอียดสูงได้ ถ้าเปิดใช้การปรับแต่งเสียง

Sony WI-1000X Hands-on

ผมเองได้มีโอกาสลองใช้หูฟัง WH-1000XM2 และ WI-1000X เป็นระยะเวลาสั้น ๆ ในงาน ก็รู้สึกประทับใจในประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนมาก เพราะเมื่อเปิดใช้ระบบตัดเสียงรบกวน เสียงภายในห้องที่เต็มไปด้วยเสียงพูดคุย เสียงจากการไลฟ์ต่าง ๆ ก็หายไป จะเหลือก็เพียงเสียงคนพูดที่อยู่ข้าง ๆ ผมเท่านั้น ซึ่งถ้าเทียบกับระบบตัดเสียงรบกวนที่ผมใช้งานอยู่ในขณะนี้ใน Xperia XZ ถือว่าดีกว่ามากแบบก้าวกระโดด

ส่วนเรื่องของเสียงนั้น เบื้องต้นผมรู้สึกว่าทาง Sony จูนเสียงหูฟังทั้งสองตัวนี้ออกมาใกล้เคียงกันมาก ปริมาณเบสกำลังดี เสียงกลางเด่นไม่จม เสียงแหลมคมละเอียดแต่ไม่แสบหูตามแบบฉบับหูฟัง Hi-Res ของเขา โดยรวมแล้วเสียงดีไล่ ๆ กับ Walkman ตระกูล A เลยทีเดียว

สำหรับคนที่สนใจ ทาง Sony ตั้งราคาขาย WH-1000XM2 ที่ 14,990 บาท WI-1000X ที่ 11,990 บาท และ WF-1000X ที่ 7,990 บาท ซึ่งหูฟังบางรุ่นทาง Sony แจ้งว่ามีของพร้อมขายแล้ว แต่ในช่วงแรกของอาจจะยังมีไม่เยอะ ต้องรอสักพักถึงจะมีของตามปกติครับ

Leave a Reply